มจร. - วิทยาเขตนครศรีธรรมราช

ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ภาคใต้

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมปรัชญาพุทธศาสน์

Pic 01

จังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัติความเป็นมา
เป็นราชธานีโบราณแห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ จากการสืบค้นหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าเป็นแหล่งที่อยู่มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อาทิ ถ้ำตาหมื่นยม บางพานไทร บ้านหินตก ถ้ำงวงช้าง ที่ราบเชิงเขาลานสกาใน ถ้ำพรรณรา ท่ายม ถ้ำตลอด เกตุกายท่าเรือ ยวนเฒ่า สมัยกึ่งก่อนประวัติศาสตร์ อาทิ โมคลาน จอมทอง พระเพรง หอพระนารายณ์ สมัยประวัติศาสตร์ อาทิ เจดีย์หลวง นาขอม บ้านตีน บ้านท่าควาย วัดเบิก สวนหัวแหวน บ้านพังกำ บ้านสระกูด เขาคา บ้านต่อเรือ บ้านทุ่งพัน หอพระอิศวร ฐานพระสยม หุบเขาช่องคอย ควนลำแพน เมืองพระเวียง ถ้ำเขาชุมทอง วัดมเหยงค์ วัดเสมาเมือง จากหลักฐานอาณาจักรนครศรีธรรมราช ได้ปรากฏชื่อในหลักฐานทางโบราณคดี ตำนาน มุขปาฐะสืบทอดกันมา ราชธานีนครศรีธรรมราชมีชื่อหลากหลาย อาทิ ตามพลิงคม ตามพรลิงค์ มัทธาลิงคม ตามพลิงเกศวร โฮลิง โพลิง เชียะโท้ว โลแค็ก (Locae) สิริธรรมนคร ศรีธรรมราช ลิกอร์(Ligor) ละคอน คิวตูตอน สุวรรณปุระ ปาฏลีบุตร (Pataliputra) และเมืองนคร

ภูมิปัญญา

  • การทอผ้ายกมีหลักฐานว่า ชาวเมืองนครศรีธรรมราชได้แบบอย่างมาจากแขกเมืองไทยบุรี ครอบครัวเชลยเข้ามายังเมืองนครศรีธรรมราชเป็นจำนวนมาก ได้พวกช่างมาไว้หลายพวก เช่น ช่างทอง ช่างเงิน และช่างทอผ้า สำหรับพวกช่างทอผ้าให้อยู่บริเวณทางด้านตะวันตกของตัวเมือง ในตำบลมะม่วงสองต้น อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และตำบลนาสาร อำเภอพระพรหมในปัจจุบัน ช่างพวกนี้ได้ถ่ายทอดความรู้แก่ช่างพื้นเมืองที่มีอยู่ก่อน จึงทำให้การทอผ้าในสมัยนั้นพัฒนาขึ้นกว่าสมัยก่อน ๆ มากผ้าทอเมืองนคร ผ้าเป็นประเพณีตศิลปอย่างหนึ่ง คุณค่าความงามของผ้าอยู่ที่การใช้สี ลวดลาย วัสดุที่ใช้ทอ ตลอดจนความปราณีตของฝีมือ ผ้าพื้นเมืองของคนไทยมีทั้งผ้าฝ้าย ผ้ายก ผ้าปัก ฯลฯ ผ้ามีบทบาทสำคัญมากทางวัฒนธรรมการแต่งกายของคนไทยมาแต่โบราณ ผ้าบางประเภทยังยังบ่งบอกถึงฐานะและชนชั้นในสังคมไทยอีกด้วย
  • ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์ พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง
  • การแห่ผ้าขึ้นธาตุ มีปรากฏครั้งใดไม่มีใครทราบ แต่มีหลักฐานในสมัยรัชกาลที่ 2 ว่าครั้งนั้นกระทำกันในวันวิสาขบูชาหรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่4กำหนดให้แห่ผ้าขึ้นธาตุในวันมาฆบูชาอีกวันหนึ่ง และได้ถือปฏิบัติสืบมาจนถึงปัจจุบัน

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดท้าวโคตรริมถนนราชดำเนิน บ้านนาเดิม หมู่ 2 ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช 80000ประวัติเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองนครฯ ภายในวิหารมีจิตรกรรมบนแผ่นไม้ประดับอยู่ด้านบนของวิหารทั้งสองด้านเป็นศิลปะต้นสมัยรัตนโกสินทร์ภายในบริเวณวัดมีเจดีย์ปรักหักพังสมัยศรีวิชียด้านหลังหอระฆังมีกุฏิไม้ตกแต่งด้วยลายฉลุที่งดงามน่าชมวัดท้าวโคตรเป็นวัดที่อยู่คู่นครศรีธรรมราชมานาน สมัยที่ฉันเริ่มมาอยู่ที่นครศรีธรรมราชก็ไม่ได้เห็นความพิเศษใดๆนอกจากเป็นวัดเก่าแห่งหนึ่ง
  • พระมหาธาตุเจดีย์ ตำนานระบุว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะของพระมหาธาตุเจดีย์ มีฐานประทักษิณสูง มีซุ้มช้างล้อม ๒๒ ซุ้ม สลับด้วยซุ้มพระพุทธรูปยืน ๒๕ องค์ พื้นที่ส่วนนี้มีระเบียงล้อมรอบเรียกว่า “วิหารทับเกษตร” ถัดขึ้นไปเป็นเจดีย์ทรงระฆังหรือทรงโอคว่ำ บัลลังก์ ก้านฉัตรซึ่งประดับรูปพระสงฆ์ประทักษิณจำนวน ๘ รูป เรียกว่า “พระเวียน” ถัดขึ้นไปเป็นปล้องไฉน และปลียอดซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้
  • Pic 02

    จังหวัดสตูล

    ประวัติความเป็นมา
    ประวัติความเป็นมาของจังหวัดสตูล ในสมัยกรุงศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าเมืองสตูลคือหมู่บ้านเล็ก ๆ กระจัดกระจายอยู่ตามที่ราบชายฝั่งทะเลประวัติความเป็นมาจึงเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของเมืองไทรบุรี เขตแดนติดต่อกับเมืองตามพรลิงค์ ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยเมืองสตูลมีการยกฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งจนถึงกระทั่งทุกวันนี้คำว่า "สตูล" มาจากคำภาษามาลายูว่า "สโตย" แปลว่ากระท้อน อันเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีมาก ซึ่งต่อมาได้รับการตั้งสมญานามเป็น ภาษามาลายูว่า "นครสโตยมำบังสการา (Negeri Setoi Mumbang Segara)" หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า สตูล เมืองแห่งพระสมุทรเทวา ดังนั้น "ตราพระสมุทรเทวา" จึงกลายเป็นตราหรือสัญลักษณ์ของจังหวัดตราบจนทุกวันนี้

    ภูมิปัญญา

  • การทำฝาขัดแตะ เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีความแข็งแรงทนทาน ประณีตความสวยงาม วัสดุที่สำคัญ คือ ไม้ไผ่ผาก มีลักษณะลำต้นสูง สีเขียวไม่มีหนาม ลำต้นโตที่สุดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว
  • แข่งว่าว ว่าวหลากชนิด อาทิ ว่าวปักเป้า ว่าวใบไม้ ว่าวฟังเสียง และอื่นๆ นิยมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เล่นในช่วงเดือน ก.พ. – เม.ย. เนื่องจากลมบนแรง อดีตแหล่งผลิตว่าว คือหน้าวัดพระลาน จ.นครศรีธรรมราช มีเรื่องเล่าว่าสาเหตุที่ปลายยอดพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชคดเอียงเล็กน้อยเนื่องจากถูกเชือกว่าวท่านสมภารวัดหน้าพระลานพานบิดไป ว่าวยุคหลังรูปแบบต่างๆกันมาจากทั่วสารทิศ อาทิ พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา จังหวัดสตูลจัดให้มีการแข่งว่าวนานาชาติที่สนามบินเป็นประจำเกือบทุกปี โดยนิยมแข่งขันครั้งละ 2 ตัว

  • วัด/โบราณคดี

  • เขาโต๊ะพญาวัง เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เขตอำเภอเมืองสตูล เป็นภูเขาหินปูนลูกโดด ทางด้านทิศตะวันออกเป็นเพิงผา และมีถ้ำตื้น ๆ อดีตพอถึงฤดูฝน น้ำจะท่วมรอบๆเขาโต๊ะพญาวัง ต้องใช้เรือสัญจรไปมาอีกฝั่งหนึ่ง ด้านตะวันออกของเขาโต๊ะพญาวังมีชาวบ้านหาหินย่อยไปทำการก่อสร้าง จนด้านหน้าของภูเขาลูกนี้หายไปบางส่วน ปัจจุบันพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีถนนรอบภูเขา ด้านหน้าจะมีถ้ำลอดเข้าไปในภูเขา มีหินงอก หินย้อย บนภูเขาโต๊ะพญาวังมีพันธุ์ไม้นานาชนิดอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของนกหลากหลายสายพันธุ์ มีลิงจำนวนมากออกมาหากินอาหารช่วงเช้าตามร้านค้าและถนนสายหน้าภูเขา โดยจะกลับขึ้นไปบนภูเขาช่วงเย็นๆ
  • วัดชนาธิปเฉลิม เป็นวัดแห่งแรกของเมืองสตูล เป็นแหล่งรวมใจสาธุชนชาวพุทธศาสนา
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล คฤหาสถ์กูเด็น เป็นตึกแบบตะวันตก ประตูหน้าต่างรูปโค้งตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป หลังคาทรงปั้นหยาแบบไทยใช้กระเบื้องดินเผารูปกาบกล้วย บานหน้าต่างเป็นแผ่นไม้ชิ้นเล็กๆเป็นเกล็ดแนวนอน ช่องลมด้านบนตกแต่งรูปดาวตามลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองสตูล วิถีชีวิตของชาวสตูลในด้านต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
  • Pic 02

    จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    ประวัติความเป็นมา
    จากหลักฐานทางโบราณคดีแสดงถึงการตั้งรกรากและเส้นทางสายไหมของมนุษย์ พื้นที่อ่าวบ้านดอนเจริญรุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 เมื่ออาณาจักรตามพรลิงก์(นครศรีธรรมราช) มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น เมืองไชยาเป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของเมืองนครศรีธรรมราช ชื่อว่า "เมืองบันไทยสมอ"อารยธรรมลุ่มแม่น้ำตาปี ได้แก่ เมืองเวียงสระ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองท่าทอง พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชแห่งตามพรลิงค์อพยพย้ายเมืองจากเมืองเวียงสระเนื่องจากไม่มีทางออกสู่ทะเล รวมทั้งเกิดโรคระบาด เมื่อเมืองตามพรลิงค์เจริญรุ่งเรืองนั้น ได้บริหารเมืองไชยาและเมืองท่าทองในรูปแบบเมืองสิบสองนักษัตรแห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ ภายหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คือ บริเวณอ่าวบ้านดอน คือ "อำเภอเมือง" พื้นที่เมืองเก่า คือ "อำเภอไชยา

    ภูมิปัญญา

  • งานจักสานต้นกระจูดผลิตภัณฑ์กระจูดเป็นที่รู้จัก อาทิ เสื่อกระจูด ตะกร้ากระจูด กระเป๋ากระจูด สมุด ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ปัจจุบันได้พัฒนารูปแบบสินค้าที่มีความหลากหลาย
  • ประเพณีสารทเดือนสิบพีธีกรรมเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือนสิบ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่พญายมปล่อยผู้ล่วงลับ (เปรต) มาจากนรก นิยมประกอบพิธีในวันแรม 13 ค่ำ 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ โดยการนำอาหารไปทำบุญที่วัดเรียกว่า “หมฺรบเล็ก” เป็นการต้อนรับบรรพบุรุษและญาติมิตรที่ขึ้นมาจากนรกการเตรียมการสำหรับประเพณีสารทเดือนสิบ เริ่มขึ้นในวันแรม 13 ค่ำ เดือนสิบ เรียกว่า “วันจ่าย” เป็นวันที่เตรียมหมฺรับ

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นสถานที่ประดิษฐานองค์พระบรมธาตุไชยาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยเจริญรุ่งเรืองสูงสุด
  • โบราณสถานวัดถ้ำสิงขร เป็นวัดที่เก่าแก่ บ้านถ้ำ ตำบลสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม ด้านหลังวัดเป็นถ้ำขนาดใหญ่ วัดถ้ำสิงขรเป็นวัดที่มีปูชนียสถานโบราณวัตถุเก่าแก่มากคือมีถ้ำพระจัด สถาปัตยกรรมประณีต ฝาผนังเพดานถ้ำประดับด้วยถ้วยชามโบราณลวดลายโบราณ ภาพโบราณ เป็นถ้ำที่มีความวิจิตรบรรจงสวยงาม พระพุทธรูปองค์น้อยใหญ่ประดิษฐานเรียงรายภายใน
  • สวนโมกขพลาราม สถานปฏิบัติธรรมที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งในพระพุทธศาสนา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2502 โดยท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้ประกาศตนคือทาสแห่งพุทธองค์ ทำการศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก ได้รับการยอมรับทั่วโลก ภายในสวนโมกข์มีการจัดภูมิสถาปัตย์ ปฏิมากรรม จิตรกรรม และวรรณกรรม สอดรับกลมกลืนกับธรรมชาติและพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง
  • Pic 02

    จังหวัดกระบี่

    ประวัติความเป็นมา
    จังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน จากหลักฐานทางโบราณคดีแสดงถึงเป็นแหล่งชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ เดิมคือเมืองบันไทยสมอ 1 ใน 12 เมืองนักษัตร ที่ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมืองอาณาจักรตามพรลิงค์(นครศรีธรรมราช) หลักฐานทางโบราณคดี อาทิ เครื่องมือยุคหินกระจัดกระจายทั่วไปจำนวนมาก ภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง บันทึกหนังสือบุดประวัติศาสตร์อาณาจักรตามพรลิงค์แหล่งชุมชนโบราณ อาทิ ชุมชนคลองท่อม ทำหน้าที่เป็นประตูเมืองเชื่อมชุมชนฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย พบหลักฐานการเดินทางของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ ชุมชนปกาไส เป็นเส้นทางเดินทัพชายแดนไทย-พม่า ปรากฏนามเจ้าพระยานคร(น้อย) ต่อเรือทัพ หลักฐานทางโบราณคดีการสัญจรทางบกด้วยช้างเพื่อการค้าขาย การอพยพผู้คนเข้ามาตั้งหลักแหล่งตามลุ่มน้ำ ชุมชนปกาไสคือเมืองเก่ากระบี่ ต่อมาย้ายที่ทำการมาตั้งที่บ้านหินขวาง และย้ายมาที่ตำบลปากน้ำในปัจจุบัน

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าบาติกเป็นการเขียนลวดลายลงบนผืนผ้า โดยการใช้เทคนิคและความละเอียดในการเขียนลายผ้าด้วยเทียนตามจินตนาการของผู้เขียน ส่วนใหญ่จะเขียนลายธรรมชาติ เช่นลายทะเล ลายดอกไม้ แต่ทั้งนี้แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าชิ้นและเสื้อเชิ้ต
  • การทำร้อยสร้อยไข่มุกบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ได้จัดตั้งเป็นกลุ่มสตรีสหกรณ์ ต่อมา 2551 ได้มีศูนย์พัฒนาฝีมือจังหวัดกระบี่ได้มีการฝึกอบรมอาชีพการร้อยมุก ประมาณ 10 คน ก็เกิดความคิดริเริ่มว่าน่าจะจัดตั้งกลุ่มใหม่เป็น กลุ่มสตรีและเยาวชนบ้านแหลมโพธิ์ร้อยสร้อยไข่มุกและทำให้เกิดความคิดออกแบบดีไซน์รูปแบบต่าง ๆ และเป็นที่น่ายินดีจึงได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมากในหลายระดับ และตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ (บ้านแหลมโพธิ์) ได้มีงานทำกันทั่วหน้า และทำให้ผู้คนได้รู้ว่า ไข่มุกจังหวัดกระบี่มีมากขึ้น
  • ลิเกป่าเป็นการแสดงพื้นบ้านที่ดัดแปลงมาจากลิเกสิบสองภาษา เริ่มต้นจะเล่นเรื่องราวของแขกแดงว่ามาจากเมืองลักกะตา มาค้าขายบนฝั่งทะเลตะวันตก แล้วมาได้ภรรยาเป็นคนพื้นเมืองชื่อ"ยายี" พากลับบ้านเมือง จากนั้นจะแสดงเรื่องอื่นต่อไป ลิเกป่าเป็นการแสดงที่ประสานวัฒนธรรมหลากหลายเข้าด้วยกัน อาทิ ดนตรีจะใช้รำมะนา ทับโหม่ง กลอง ฉิ่ง บทกลอนจะมีการประสมทำนองมโนราห์กับเพลงบุรันยาวา ศิลปินลิเกป่าในกระบี่มีจำนวนมาก เพราะนิยมเล่นกันมาช้านาน

  • วัด/โบราณคดี

  • สุสานหอย ๗๕ ล้านปีอยู่บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ทางด้านทิศตะวันออกเฉียง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหาดนพรัตน์ธารา เมื่อถึงบ้านไสไทยจะมีป้ายบอกทางไปสุสานหอย เหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มีซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืดชนิดต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นหอยขม ซากหอยเหล่านี้ได้ทับถมกัน โดยมีน้ำประสานธาตุปูนจับตัวให้กลายเป็นหินแข็งทับอยู่ชั้นหินลิกไนท์ และหินดินดานนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก
  • ถ้ำผีหัวโตหรือถ้ำกะโหลกผี ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ ๒ บ้านบ่อท่อ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ชาวบ้านเรียกถ้ำหัวกะโหลกเพราะในอดีตเคยพบกะโหลกศีรษะมนุษย์โบราณภายในถ้ำเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ ภายในถ้ำภูเขาหินปูนจึงทำให้มีหินงอกหินย้อยอยู่มากมายทั่วทั้งถ้ำ ที่แห่งนี้มีศิลปที่สำคัญยิ่งเป็นภาพเขียนสี ที่พบตามเพดานถ้ำและผนังถ้ำ ถ้ำผีหัวโตเป็นแหล่งที่พบภาพเขียนลักษณะนี้มากที่สุดในแล้วภาคใต้ รูปเขียนที่พบเป็นพวกรูป คน สัตว์ มือ เท้า สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ แต่ที่เห็นชัดเจนคือสัตว์ประหลาด ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นกลายสัญลักษณ์ของกระบี่ไปแล้ว
  • ถ้ำเสือเป็นบริเวณนี้ยังเป็นป่ารกชาวบ้านได้พบเห็นเสือโคร่งเดินเข้าออกแถบถํ้านี้อยู่เสมอจึงเรียกกันว่า "ถํ้าเสือ" และเป็นชื่อหมู่บ้านนี้ด้วยเมื่อพระอาจารย์ จำเนียร สีลเสฏโฐ มาบุกเบิกใหม่ ๆ ได้เล่าว่า สภาพเดิมเป็นป่ารกมากมีถํ้าที่สงบเงียบเหมาะแก่การทำวิปัสนากรรมฐาน
  • Pic 02

    จังหวัดชุมพร

    ประวัติความเป็นมา
    คำว่า “จังหวัดชุมพร” เพิ่งเริ่มใช้ในปี ๒๔๕๙ โดยทางราชการได้เปลี่ยนนามท้องที่ที่เรียกว่า เมืองอันเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลว่า “จังหวัด” ส่วนคำว่าเมืองให้ใช้สำหรับเรียกตำบลที่ประชาชนได้เคยเรียกว่าเมืองมาแล้วแต่เดิมอันเป็นเขตชุมชนเท่านั้น ในสมัยโบราณมีชื่อว่า “เมืองชุมพร” เมืองชุมพรเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่ง แต่จะตั้งเมื่อใดไม่มีหลักฐานแน่นอน

    ภูมิปัญญา

  • ไม้กวาดดอกอ้อเป็นการใช้ดอกอ้อที่มีอยู่เชิงเขามาทำเป็นไม้กวาดดอกอ้อ เพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านโดยจำหน่ายเป็นสินค้า OTOP ซึ่งการแปรรูปเป็นไม้กวาดดอกอ้อต้องใช้ความชำนาญให้มีความแข็งแรง ทนทาน และมีความสวยงาม
  • ศิลปหัตถกรรมจากมะพร้าวชุมชนหนองทองคำกิดขึ้นเนื่องจากในชุมชนมีมะพร้าวเป็นจำนวนมาก นายเคียม เทพมณี จึงมีความคิดที่จะนำมะพร้าวมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยการประดิษฐ์เป็นวัสดุต่าง ๆ เช่น โคมไฟ ตุ๊กตามะพร้าว แจกัญ กระปุกออมสิน ฯลฯ ต่อมาจึงได้ฝึกสอนให้กับผู้สนใจทั่วไป
  • บาติกผาแดงเป็นผ้าบาติกที่จดทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์บาติก และนำผ้าที่ทำมาจากเส้นใย ธรรมชาติ ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ม.อ.ช.) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมพร

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดพระบรมธาตุสวี มีตำนานเล่าถึงประวัติการสร้างพระธาตุบรมสวีว่า เมื่อครั้งที่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเสด็จยกทัพมารี้พลมาพักที่วัดร้างแห่งหนึ่งในเขตอำเภอสวี ได้พบกาเผือกและกาฝูงหนึ่งเกาะอยู่บนกองอิฐกระพือปีกและส่งเสียงร้อง พระองค์จึงให้รื้อเศษกองอิฐที่กองทับถมกันออกพบฐานเจดีย์ใหญ่ เมื่อขุดลึกลงไปได้พบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงให้แม่ทัพนายกองไพร่พลช่วยกัน สร้างเจดีย์ขึ้นมาใหม่แทนที่เดิม แล้วจัดงานสมโภชเป็นการใหญ่เป็น เวลา ๗ วัน ๗ คืน ต่อมาเรียกกันว่าพระธาตุกาวี และคำว่า กาวี ได้เพี้ยนจนเป็นกลายเป็นสวีในปัจจุบัน
  • วัดถ้ำเขาขุนกระทิงประวัติความเป็นมาเดิมวัดนี้เมื่อยังมิได้สร้างเป็น วัด มีภูเขาลูกหนึ่งตั้งอยู่กลางป่าเปลี่ยว ชาวบ้านทั่วไป เรียกว่า "เขานาพร้าว” เป็นภูเขาหินปูนลูกโดดอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดชุมพร มีถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์อยู่ ๑ ถ้ำ คนโบราณพูดว่าสร้างแต่ครั้งไหนไม่ปรากฏ
  • Pic 02

    จังหวัดพังงา

    ประวัติความเป็นมา
    จังหวัดพังงาเดิมเชื่อวันว่าชื่อ "เมืองภูงา" ตามชื่อเขางาหรือเขาพังงาหรือกราภูงา หรือ พังกา (ภาษามลายู แปลว่า ป่าน้ำภูงา) ตั้งอยู่ในตัวจังหวัดพังงาปัจจุบัน ในสมัยก่อนเมืองภูงาขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช ชื่อของเมืองภูงาได้ปรากฎอยู่ในทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช เป็นเมืองขึ้นฝ่ายกรมพระสุรัสวดีฝ่ายซ้าย เมืองภูงานี้อาจจะตั้งชื่อให้คล้องจองกับเมืองภูเก็ต และเหตุที่เมืองภูงากลายเป็นเมืองพังงานั้น สันนิษฐานกันว่าน่าจะเนื่องมาจากเมืองภูงาเป็นเมืองที่มีแร่อุดมสมบูรร์ มีชาวต่างชาติมาติดต่อซื้อขายแร่ดีบุกกันมาก และช่าวต่างชาติเหล่านี้คงออกเสียงเมืองภูงาเป็นเมืองพังงา เพราะแต่เดิมช่าวต่างชาติเขียนชื่อเมืองภูงาว่า Phunga หรือ Punga อ่านว่าภูงา หรือพังงา หรือ พังกา ก็ได้

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าทอซาโอริ ลักษณะที่โดดเด่นศิลปะของการทอผ้าด้วยมือแบบซาโอริ เป็นการทอผ้ารูปแบบใหม่ของชาวญี่ปุ่นโดย นางมิซาโอ๊ะ โจ แห่งเมืองโอซาก้า เป็นผู้คิดค้นขึ้น ในปี พ.ศ.2511 ปรัชญาการทอผ้าแบบซาโอริ ได้ยึดหลักแนวคิดของ “ความเป็นอิสระ” เป็นสำคัญ เพราะผู้ทอ ทุกคนสามารถเป็นศิลปิน ที่มีเสรีในการออกแบบลายผ้า ตามบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล โดยไม่จำกัดเพศ และการศึกษา
  • งานประเพณีลอยเรือ จัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนเมษายน – พฤษภาคมของทุกปี เป็นประเพณีของชาวเลเผ่ามอแกน ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณเกาะสุรินทร์เป็นประเพณีการประกอบพีธีฉลองเสาวิญญาณบรรพบุรุษ วันงานจะมีการเข้าทรง การเซ่นไว้วิญญาณบรรพบุรุษ การเล่นดนตรี การร่ายรำและการลอย “ก่าบาง” ซึ่งถือว่าเป็นการลอยความทุกข์และโรคภัยไข้เจ็บให้พ้นไปจากครอบครัวและชุมชน
  • งานเปิดฤดูการท่องเที่ยวจังหวัดพังงากำหนดให้สัปดาห์แรกของเดือนธันวาคมทุกปีเป็นสัปดาห์ท่องเที่ยวของจังหวัด โดยมีกิจกรรมรื่นเริง การแสดงวัฒนธรรม นิทรรศการแหล่งท่องเที่ยว การแข่งขันกีฬาทางน้ำและกีฬาพื้นบ้าน ออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดเทสก์ธรรมนาวาตั้งอยู่ที่บ้านท่าแตง ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นวัดที่โดดเด่นด้วยอุโบสถ ไม้สักหลังงาม ริมทะเลบริเวณหาดชายทะเลท่าไทรท่ามกลางป่าสนชายฝั่งทะเลในบรรยากาศร่มรื่น โบสถ์ไม้สักวัดท่าไทรเป็นอาคารทรงไทย โดยเฉพาะที่บานหน้าต่างนั้นโดดเด่นไปด้วยงานแกะสลักอันอ่อนช้อย ด้านหนึ่งจะเปิดออกเห็นฝั่งทะเลแล้วมาประยุกต์สร้างด้วยไม้ ภายในโบสถ์ไม้สักมีผนังเป็นฝาปะกน มีแท่นพระประธาน ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา แกะสลักจาก หินหยกขาว อิทธิพลศิลปะอินเดีย มีพุทธลักษณะที่อ่อนช้อยงดงามเปี่ยม ศรัทธา
  • วัดสุวรรณคูหา ตั้งอยู่หมู่ 2 ตำบลกระโสม เป็นวัดที่น่าสนใจและมีความสำคัญที่สุดของจังหวัดพังงา ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศได้เข้าชมทุกวัน เนื่องจากในอดีตวัดสุวรรณคูหา นับว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และทางโบราณคดี บริเวณที่ตั้งวัดมีภูเขา ซึ่งมีถ้ำใหญ่น้อย ถ้ำที่สำคัญ ได้แก่ ถ้ำใหญ่ ถ้ำแจ้ง และถ้ำแก้ว
  • Pic 02

    จังหวัดระนอง

    ประวัติความเป็นมา
    ระนอง หรือเมืองแร่นอง เดิมเป็นหัวเมืองเล็ก ๆ มีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเมืองชุมพรมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทย โดยแบ่งการปกครองออกเป็น 2 เมือง คือ เมืองระนองและเมืองตระ ความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองดีบุก เมืองชายแดน เมืองคอคอดกระ ดังนี้1.เมืองดีบุก ระนองมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีชื่อเรียกว่า ตะกั่วดำหรือดีบุกอยู่ใต้แผ่นดินเป็นจำนวนมาก จึงมีความสำคัญในฐานะเป็น เมืองแร่ดีบุกมีค่าอุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองแรกที่มีเจ้าของเหมืองแร่ (นายนอง) เป็นเจ้าเมืองคนแรก 2.เมืองชายแดน การที่ไทยต้องเสียดินแดนเมืองมะริดรวมทั้งเมืองมะลิวัลย์แก่อังกฤษ และได้มีการปักปันเขตแดนไทย โดยใช้แม่น้ำกระบุรีเป็นเส้นกั้นพรมแดนในปีพ.ศ. 2442 มีความสำคัญคือเป็นศูนย์รวมของการไปมาหาสู่และซื้อขายสินค้าระหว่างไทยกับพม่าเมืองขึ้นของอังกฤษ 3.เมืองกระ พื้นที่บริเวณคอคอดกระ เป็นผืนแผ่นดินที่กิ่วหรือแคบที่สุดในแหลมมลายู ระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร พื้นที่ด้านตะวันตกของบริเวณคอคอดกระ ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของเมืองตระ ผืนแผ่นดินส่วนที่แคบที่สุดระหว่างทะเล ตะวันตกและทะเล ตะวันออกแห่งนี้ มีภูเขาสลับซับซ้อนมีทางลัดผ่านช่องเขาเพียงสายเดียว ในสมัยโบราณคอคอดกระ มีความสำคัญคือเป็นเส้นทางพม่าเดินทัพยกมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งทะเลตะวันออก ฝรั่งเศสคิดจะขุดคลองคอคอดกระจากเมืองตระไปออกเมืองชุมพร เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินเรือจากยุโรปไปเมืองจีนในแผ่นดินยังอยู่ในความสนใจของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

    ภูมิปัญญา

  • ไม้กวาดดอกหญ้า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ เกิดจากภูมิปัญญา หรือ เอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ เพราะบริเวณตำบลหาดส้มแป้น เป็นที่ทำเหมืองแร่ดีบุก และ แร่ดินขาว ที่เก่าแก่ของจังหวัดระนอง มีการบุกเบิกป่าและภูเขา ตัดถนน สัมปทานเหมืองแร่ จึงมีต้นหญ้าดอกอ้อ ขึ้นอยู่มากมาย บริเวณ กองดิน ริมขอบหลุมเหมือง ริมถนน ที่ทิ้งร้าง และในสวนชาวบ้าน จึงนิยมนำดอกหญ้า มาดากแดด และมัดเป็นไม้กวาด พัฒนารูปแบบสืบทอดกันมา อย่างต่อเนื่อง แรกๆ ทำเพื่อใช้ในครัวเรือน เมื่อ จัดตั้งเป็นกลุ่ม OTOP จึงพัฒนารูปแบบ และจำหน่ายนอกชุมชน และต่างจังหวัด

  • วัด/โบราณคดี

  • เนินประวัติศาสตร์ นับได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง อีกทั้งในปัจจุบันยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันมีถนนลาดยาง 2 ช่องทางขึ้นสู่เนินได้จากถนนลุวัง พระบรมราชานุสาวรีย์ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี แผ่นหินที่มีจารึกมีการทำลูกกรงอลูมิเนียมป้องกันการกระทบกระเทือน อีกทั้งพื้นที่โดยรอบยังได้รับการดูแลและจัดการภูมิทัศน์ให้มีความร่มรื่นสวยงามเงียบสงบ สามารถเข้าสักการะและเยี่ยมได้ทุกวัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
  • ศิลาจารึกสลักพระปรมาภิไธยย่อ จปร ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) บริเวณรอยต่อระหว่างตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับ ตำบลวังใหม่ อ.เมืองชุมพร จังหวัดชุมพรองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองและเทศบาลตำบล จ.ป.ร. ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าสักการะและเยี่ยมชมจารึกซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
  • วัดบ้านหงาวตั้งอยู่ที่ ตำบล หงาว อำเภอเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดระนอง ใกล้กับภูเขาหญ้าระนอง มีอุโบสถ 2 ชั้น หรือที่เรียกว่า อุโบสถลอยฟ้ากว้าง รอบอุโบสถเทคอนกรีตเป็นลานกว้างมีลูกกรงล้อมรอบ ในแต่ละมุมทั้ง 4 ด้าน มีอาคารจัตุรมุขกว้าง มีบันไดขึ้นลงรอบทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ภายในอุโบสถวัดบ้านหงาว เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน มีนามว่า “หลวงพ่อดีบุก” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีชื่อเป็นทางการว่า “พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์” อันมีความหมายว่า “พระพุทธรูปดีบุกองค์ใหญ่เป็นสิริมงคลและศักดิ์ศรีของเมืองระนอง” และยังมีความสวยงามของฝาพนังที่แกละสลักเป็นลวดลายต่างๆ อีกด้วย
  • Pic 02

    จังหวัดภูเก็ต

    ประวัติความเป็นมา
    ภูเก็ต ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก ในน่านน้ำทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก เพราะมีธรรมชาติสวยงาม โดดเด่นด้วยหาดทรายขาวและน้ำทะเลสีครามสวยสดใส เปรียบได้กับ “ไข่มุก” แห่งท้องทะเลอันดามัน อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอื่นๆ รายล้อมในระยะใกล้เคียง นอกจากนี้ภูเก็ตยังมีชื่ออื่น ๆ ที่ถูกเรียกขานมาตั้งแต่อดีตอีกหลายชื่อ เช่น จังซีลอน ถลาง และทุ่งคา เป็นต้นภูเก็ตเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตามพรลิงก์ จนถึงสมัยกรุงสุโขทัยก็ได้ไปขึ้นอยู่กับเมืองตะกั่วป่า เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงในฐานะเป็นดินแดนแห่งเศรษฐีเหมืองแร่ดีบุก เพราะมีแร่ดีบุกอยู่มากที่สุดในประเทศ

    ภูมิปัญญา

  • ไข่มุก ภูเก็ตมีฟาร์มมุกหลายแห่ง เช่น ที่เกาะนาคาน้อย เกาะ รังใหญ่ มีร้านมุกและสินค้าจากทะเล เช่น ร้านมุกภูเก็ต สามแยก ถนนเจ้าฟ้าตัดกับถนนขวาง ร้านภูเก็ตซีเชลล์ ถนนเจ้าฟ้าใกล้หาด ราไวย์ ร้านมุกเกาะแก้ว ถนนวิชิตสงคราม ทางไปหาดป่าตอง และ ร้านขายสิ้นค้าที่ระลึกบริเวณหาดราไวย์ แหลมพรหมเทพ หาดป่า ตอง ร้านในตัวเมืองบริเวณถนนรัษฎา ถนนมนตรี เป็นต้น
  • ประเพณีกินเจ เริ่มเป็นครั้งแรกที่อำเภอกะทู้ ในปี พ.ศ.2368 พระยาถลางได้ย้ายเมืองถลางมาตั้งที่บ้านเก็ตโฮ่ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ดีบุกแต่ บริเวณดังกล่าวเป็นป่าทึบมีไข้ป่าชุกชุม ดันนั้นเมื่อมีคณะงิ้วเร่ (ปั่วฮี่) จากเมืองจีนมาเปิดการแสดงและเกิดล้มเจ็บลง คณะงิ้วจึงได้ประกอบพิธีกินเจขึ้นเพื่อบวงสรวงเทพเจ้า "กิ๋วอ๋องไต่เต" และ "ยกอ๋องซ่งเต" หลังจากนั้นปรากฏว่าโรคภัยไข้เจ็บได้หมดไป ชาวกะทู้สอบถามได้ความเช่นนั้นเกิดศรัทธาจึงประกอบพิธีกินเจขึ้น เพื่อความเป็นมงคลแก่ตนเองและบ้านเมือง ง

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดฉลอง หรือชื่อที่เรียกเป็นทางการ ก็คือ วัดไชยธาราม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต ถ้าใครมา ภูเก็ตจะต้องมาแวะนมัสการ หลวงพ่อแช่ม แห่งวัดฉลอง เพื่อเป็นสิริมงคลแต่ตัวเอง เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ กิตติศัพท์ในการรักษาโรค บุญญาบารมีและเมตตาธรรมที่สูงส่งของหลวงพ่อทำให้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมาก ชื่อเสียงเกียรติคุณ และบารมีของท่านก็อยู่ในความทรงจำของผู้คนสืบมาวัดฉลอง ภูเก็ตอีกทั้งที่วัดฉลองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี ประกาศเป็นที่ประดิษฐสถานของ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา
  • วัดพระนางสร้างเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองวัดหนึ่งของถลางและจังหวัดภูเก็ต เป็นที่เคารพสักการะทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน นอกจากโบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ภายในวัดแล้ว อุโบสถหลังใหม่ของวัดยังสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง ผสมผสานศิลปะของไทยและจีน นอกจากนี้ ยังมีประติมกรรมทวารบาลรูปยักษ์ถือปืนเฝ้าอยู่ด้านนอกด้วย
  • Pic 02

    จังหวัดพัทลุง

    ประวัติความเป็นมา
    เป็นจังหวัดที่มีแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์มากเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย พบแหล่งชุมชนหลากหลายชาติพันธุ์ อาทิ ขอม ทมิฬ อินเดีย ชวา ปรากฏหลักฐานกว่า 23 ถ้ำโบราณ ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 ปรากฏชื่อพัทลุง ในกฎหมายพระอัยการหัวเมือง พ.ศ.1998 ระบุว่าฐานะเมืองชั้นตรี ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ได้ปรากฏชื่อเมืองพัทลุง

    ภูมิปัญญา

  • งานประเพณีแข่งโพนลากพระ (ชักพระ)นิยมทำกันทั่วไปในภาคใต้ ในช่วงเดือน 11 การลากพระมีอยู่ 2 ลักษณะ ตามความเหมาะสมของภูมิประเทศ คือ ลากพระทางบกและลากพระทางน้ำ สำหรับจังหวัดพัทลุงเป็นการลากพระทางบก ซึ่งจะมีการตีโพน (กลอง) เพื่อควบคุมจังหวะในการลากพระ ขบวนพระลากของแต่ละวัดก็จะมีผู้ตีโพนอยู่บนขบวน และเมื่อผ่านวัดต่างๆ ก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ทำให้มีการแข่งขันตีโพนเกิดขึ้น และทางจังหวัดพัทลุงก็ได้จัดให้มีการแข่งขันตีโพนขึ้นเป็นประจำทุกปี ในเทศกาลลากพระเดือน11
  • โนราเมืองใต้ เป็นการละเล่นพื้นเมืองภาคใต้ สันนิษฐานราวพุทธศตวรรษที่ 19 ตำนาน โดย ขุนอุปถัมภ์นรากร(โนราพุ่มเทวา) อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง บรรยายความว่า พระยาสายฟ้าฟาดเป็นกษัตริย์ครองเมืองๆ หนึ่ง มีชายาชื่อนางศรีมาลา มีธิดาชื่อนวลทองสำลี วันหนึ่งนางนวลทองสำลีฝันว่ามีเทพธิดามาร่ายรำ 12 ท่า มีดนตรีประโคม ได้แก่ กลอง ทับ โหม่ง ฉิ่ง ปี่ และแตร นางให้ทำเครื่องดนตรี และหัดรำอย่างครึกครื้น
  • ผลิตภัณฑ์จากกระจูด เป็นสินค้าทางภูมิศาสตร์ที่มีคุณลักษณะเฉพาะจังหวัดพัทลุง ผลิตจากวัสดุท้องถิ่นที่หาได้ตามธรรมชาติ เป็นหัตถศิลป์จักสานที่มีอัตลักษณ์ด้านลวดลายที่เน้นดอกและการย้อมสีตามความต้องการของ ฝีมือประณีต รูปแบบสวยงามทันสมัย มีความคงทนสูง

  • วัด/โบราณคดี

  • 1. วัดป่าลิไลยก์วัดป่าลิไลยก์ ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดป่า สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๒๔๗ บันทึกเส้นทางสงคราม 9 ทัพเรื่องราวประวัติศาสตร์ไทถิ่น ครั้งพม่ายกทัพมาตีเมืองชุมพร เมืองไชยา เมืองนครศรีธรรมราช ทางฝ่ายเมืองพัทลุง ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประวัติศาสตร์การต่อเรือที่ชายทะเลหน้าวัดป่าแห่งนี้เดิมชื่อป่าชันด้วยมีต้นเคี่ยมต่อเรือน้ำมันชันคุณภาพสูง ทางวัดเล่าถึงผู้สร้างวัดชื่อตาผ้าขาวครั้งโบราณตั้งจิตตั้งใจมาร่วมสร้างพระบรมมหาธาตุนครศรีธรรมราช แต่ไม่ทันพิธีการจึงได้จอดเรือพักและสร้างวัดป่าแห่งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อจากวัดป่าชัน เป็นวัดป่าเรไรและวัดป่าลิไลยก์ตามลำดับ
  • 23 แหล่งมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์: 1. เขากลาง 2. เขาพรุเพรง 3. บ้านพนมวังก์ 4. ถ้ำจมูกควาย 5. ถ้ำเขาปู่ 6. เพิงผาเขาย่า 7. ถ้ำเขาย่า 8. ถ้ำเขาหลักโค ๑ (ถ้ำค้างคาว) 9.ถ้ำเขาหลักโค ๒ 10. ถ้ำพระเขาเมือง(เขาชัยบุรี) 11. บ้านปากสระ 12. บ้านโคกโพธิ์ 13. บ้านออกเหมือง 14. ถ้ำมนุษย์โบราณ 15. ถ้ำลำเลียง 16. ถ้ำล่องลม(เขาชัยสน) 17. ถ้ำควาย(เขาชัยสน) 18. ถ้ำโจร(ถ้ำเขาพญาโฮ้ง) 19. ถ้ำเขานุ้ย(ถ้ำสมหวัง) 20. ถ้ำแมวขาว 21. บ้านควน 22. ถ้ำพระ 23. ถ้ำเขาจันทร์
  • Pic 02

    จังหวัดตรัง

    ประวัติความเป็นมา
    จังหวัดตรังเป็นจังหวัดหัวเมืองอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทย ติดทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย ชายฝั่งทะเลตะวันตก จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีที่ปรากฎในจังหวัดตรังมีอยู่ทั่วไป เช่น โครงกระดูกมนุษย์โบราณที่ถ้ำซาไก อำเภอปะเหลียน ขวานหินขัด เศษภาชนะดินเผา ลูกปัดแก้ว เครื่องประดับ ตามถ้ำต่าง ๆ เช่น เขาสามบาตร ถ้ำเขาไม้แก้ว ถ้ำตรา ล้วนเป็นหลักฐานบอกความเป็นชุมชนก่อนประวัติศาสตร์จนถึงแรกเริ่มประวัติศาสตร์

    ภูมิปัญญา

  • ไม้เทพทาโร หรือไม้จวงหอม ส่วนใหญ่จะพบตามป่าดงดิบ และมีมากในภาคใต้ของไทย รวมทั้งที่ จ.ตรัง ใน อ.ห้วยยอด วังวิเศษ และ อ.รัษฎา แม้ปัจจุบันไม้เทพทาโรจะมีจำนวนลดลง และถูกโค่นทิ้งเป็นจำนวนมาก จนเหลือเพียงตอ และรากที่ฝังอยู่ในดิน แต่สำหรับชาว จ.ตรัง กลับเล็งเห็นคุณค่าของไม้ท้องถิ่นชนิดนี้ ด้วยการนำมาแกะสลักเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จนสร้างชื่อเสียงไปทั่วทั้งประเทศ
  • อาบน้ำคนแก่ ช่วงเวลา ระหว่างวันที่ 13-15 เดือนเมษายน ของทุกปี ซึ่งจะเลือกทำวันไหนก็ได้ จะเป็นตอนเช้า หรือตอนบ่ายเป็นไปตามการนัดหมายของแต่ละครอบครัว แต่ละบ้านโดยนัดหมายสถานที่และวันเวลาไว้ล่วงหน้าเป็นประจำทุกปี ซึ่งอาจเป็นที่บ้านหรือที่วัดก็ได้ตามความเหมาะสมความสำคัญประเพณีอาบน้ำคนแก่เป็นวิธีการแสดงออกซึ่งความเคารพนับถือ แก่บิดามารดา และญาติคนแก่ (ผู้อาวุโส) ของตระกูล รวมทั้งผู้มีพระคุณและบุคคลที่ตนเคารพนับถือ

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดภูเขาทอง สร้างอุโบสถวิหาร ราว พ.ศ.1493 มีการสร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นโดยพระนางเลือดขาว ชายาของเจ้าเมืองพัทลุง องค์พระมีความยาว 9 หลา หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก มีการนำทรัพย์สินที่ตั้งใจจะเอาไปร่วมบูรณะแต่ไปเข้าร่วมไม่ทัน จึงเก็บไว้ในถ้ำ และสร้างพระพุทธไสยาสน์สวมเทริดหรือชฎาของมโนราห์ครอบพระเศียรไว้ที่ปากถ้ำ ต่อมาทรัพย์สินถูกขโมย เหลือไว้แต่องค์พระพุทธไสยาสน์ ซึ่งเป็นดินได้ชำรุดทรุดโทรม ภายหลังมีการบูรณะด้วยการโบกปูนปั้นและทาสีเป็นสีทองทั้งองค์
  • แหล่งโบราณคดีถ้ำเขาสามบาตร ถ้ำเขาสามบาตรเป็นถ้ำภูเขาหินปูนเล็ก ๆ ใกล้แม่น้ำตรัง ในเขตตำบลนาตาล่วง อำเภอเมือง ฯ ชาวบ้านเล่าว่า มีผู้นำทรัพย์สมบัติมาซุกซ่อนไว้มากถึงสามบาตรพระ และยังผูกปริศนาลายแทงไว้ด้วย
  • ถ้ำเขาเทียมป่าปัจจุบันเป็นสำนักสงฆ์เขาเทียมป่า ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปเป็นที่สักการะของชาวบ้านในแถบนั้น
  • Pic 02

    จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    ประวัติความเป็นมา
    ถือเป็นจังหวัดของภาคกลาง แต่พื้นที่อยู่ตอนบนของภาคใต้ หรือจะเรียกว่า เป็นประตูก่อนสู่จังหวัดภาคใต้คือจังหวัดชุมพรก็คงไม่ผิด เพราะการเดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคใต้ จังหวัดใดก็ตามตั้งแต่ชุมพรลงไป จะต้องขับรถผ่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตัวเมืองในปัจจุบัน เป็นเมืองที่มีชายฝั่งทะเลยาวตลอดแนว จึงมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลมากมายหลายแห่ง ที่ขึ้นชื่อคือ ชายทะเลหัวหินซึ่งมีชื่อเสียงมาเนิ่นนาน

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าโขมพัสตร์ ผ้าฝ้ายพิมพ์ลายพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของหัวหินและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมานานกว่า ๕๐ ปี มีลวดลายสีสันสวยงามนับร้อยลายให้ซื้อหาชนิดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ "ผ้าเกี้ยวพิมพ์ทอง" มีจำหน่ายที่ร้านโขมพัสตร์ และร้านขายของที่ระลึกในเมืองหัวหิน
  • งานตักบาตรเทโวเขาช่องกระจกจัดขึ้น ณ วัดธรรมิการามวรวิหาร เชิงเขาช่องกระจก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ประมาณช่วงออกพรรษาของทุกปี ชม และเลือกซื้อสินค้าของดีเมืองประจวบคีรีขันธ์ และชมนิทรรศการพระเครื่องพระบูชา ร่วมทำบุญ ตักบาตรเทโวในวันออกพรรษา แด่พระภิกษุจำนวน 200 รูป ชมประเพณีชักพระขบวนแห่รถพุทธประวัติ

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดทางสาย ตั้งอยู่ริมทะเลบ้านกรูด ตำบลธงชัย อำเภอบางสะพานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ในด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ศาสนา และแหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาได้เป็นอย่างดี ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุที่สำคัญ ในวัดนี้ประกอบด้วยพระพุทธกิติสิริชัย หรือ ที่ชาวบ้านเรียกว่า หลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปางสมาธิแบบศิลปะคันธาระ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ พระมหาธาตุเจดีย์ภักดีประกาศ สามารถมองเห็นได้แต่ไกล พระตำหนักกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาปักธงชัย เป็นจุดชมวิวที่สวยงาม เหมาะสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก
  • ป้อมยันทัพพม่าเป็นเนินโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขุดแต่งศึกษา แต่ท้องถิ่นของอำเภอกุยบุรีให้ความสำคัญ มีการสร้างกำแกงเมืองกุยบุรีจำลองเพื่อพยายามบอกเล่าเรื่องราวประวัติและความสำคัญของป้อมยันทัพพม่าครั้งเมื่อมีการใช้สู้รบกับข้าศึกในสมัยอยุธยา รวมทั้งมีการตั้งศาลเจ้าเมืองกุยบุรีอยู่ทางทิศเหนือของเนินโบราณสถาน ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนในท้องถิ่น ผู้สนใจสามารถเข้าชมเนินโบราณสถานและสักการะศาลเจ้าเมืองกุยบุรีได้ทุกวัน
  • Pic 02

    จังหวัดเพชรบุรี

    ประวัติความเป็นมา
    ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดี เพชรบุรีคือแหล่งชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์แถบภูเขาทางตะวันตกเขตท่าเขาย้อย บ้านหนองพระ เนินโพธิ์ใหญ่ เนินดินแดง วัดป่าแป้น เขากระจิว ทุ่งเศรษฐี พบว่าเป็นแหล่งอารยธรรมทวารวดี แต่ในลุ่มน้ำเพชรบุรีไม่พบหลักฐานเมืองคูน้ำคันดินแบบเมืองทวารวดี แต่ก็พบหลักฐานโบราณวัตถุแบบทวารวดี คือธรรมจักรหินใบริเวณชุมชนเก่าฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเพชรบุรี ทางประวัติศาสตร์อาณาจักตามพรลิงค์ พระพนมทะเล มาตั้งบ้านเมืองอยู่ ณ เพชรบุรี โดยได้นำคนมาสามหมื่นสามพันคน ช้างพังทลายห้าร้อยเชือก ม้าเจ็ดร้อยตัว สร้างพระราชวังและบ้านเรือนอยู่หน้าพระลาน ให้คนเหล่านั้นทำนาเกลือ ปกครองกรุงเพชรบุรีมีสำเภาจีนลำหนึ่งถูกพายุมาเกยฝั่ง ชาวเพชรบุรีได้นำขุนล่ามจีนเข้าเฝ้าถวายเครื่องบรรณาการ ทางเมืองเพชรบุรีได้มอบฝางให้จนเต็มเรือ พระเจ้ากรุงจีนทรงทราบสัมพันธ์ที่ดีจึงโปรดส่งพระนางจันทรเทวีบุตรีทองสมุทรซึ่งกำเนิดกับนางจันทรเมาลีธิดาเจ้าเมืองจำปาได้ถวายพระพนมทะเลมีบุตรมาก องค์หนึ่งนามว่าพระพนมวังมีมเหสีทรงนามว่าพระนางสะเดียงทอง พระพนมทะเลโปรดให้ไปบูรณะนครดอนพระ พร้อมด้วยพระเจ้าศรีราชา พลเจ็ดร้อยคน แขกห้าร้อยคน ช้างสามร้อยเชือก ม้าสองร้อยตัว จากตำนานแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองเมืองเพชรบุรีครั้งหนึ่งที่ได้สร้างนครศรีธรรมราชหลังจากเป็นเมืองร้างด้วยไข้ยมราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17

    ภูมิปัญญา

  • งานพระนครคีรีเมืองเพชรจะจัดวันศุกร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ มักตรงกับเทศกาลตรุษจีน เป็นงานประจำปี เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์เมืองเพชร ตลอดจนเพื่อเผยแพร่สิ่งที่ดีงามในทุกด้านให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
  • เป็นการละเล่นของสังคมชาวนาเมืองเพชรบุรีหลังฤดูเก็บเกี่ยว ขึ้นชื่อว่าลูกผู้ชายเมืองเพชรต้องเคยผ่านการร่วมแข่งขันวัวลานมาบ้างแล้ว เป็นการละเล่นที่มีวิวัฒนาการมาจากการนวดข้าว ซึ่งจะต้องต้อนวัวโดยการผูกติดกันเป็นพรวนให้ย่ำไปบนข้าว และบังคับให้เดินเป็นวงกลม ชาวเมืองเพชรจึงนำวิธีการดังกล่าวมาปรับเป็นการแข่งขัน
  • น้ำตาลโตนด ที่ดีที่สุดตั้งแต่อดีตตราบจนถึงปัจจุบัน ด้วยรสชาติหวานหอมเหมาะกับการประกอบอาหาร หรือจะเป็นน้ำตาลโตนดชนิดผงที่เข้ากับกาแฟได้อย่างดี รวมไปของหวาน และนี่เองอาจจะเป็นเคล็ดลับของขึ้นชื่อขนมหวานเมืองเพชรที่ใช้น้ำตาลโตนดเป็นส่วนประกอบหลัก

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดมหาธาตุวรวิหารเป็นพระอารามหลวง และเป็นวัดสำคัญที่ตั้งอยู่กลางเมืองเพชรบุรี ซึ่งโบราณสถานที่ตั้งอยู่ภายในวัดล้วนได้รับอิทธิพลจากศิลปะของอาณาจักรขอม มีบันทึกจากพงศาวดารว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ.2275-2301) โดยเขตของพุทธาวาส (พื้นที่ประกอบพิธีศาสนาของพุทธศาสนิกชน) มีสิ่งก่อสร้างสำคัญได้แก่ พระวิหารหลวง พระวิหารน้อย พระปรางค์ 5 ยอด และพิพิธภัณฑ์
  • เจดีย์แดงเป็นโบราณปูชนียสถานสถานที่สำคัญของท้องถิ่น ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์และปรับปรุงภูมิทัศน์ มีป้ายให้ข้อมูลโบราณสถานทั้งขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหมอและกรมศิลปากร ด้านหน้าเจดีย์มีศาลปูนขนาดเล็ก ระบุชื่อว่า “ศาลเจดีย์แดง” ภายในศาลมีเจว็ดไม้เป็นประธาน ด้านข้างศาลนี้ยังมีศาลพระภูมิขนาดเล็ก แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านในละแวกนั้นให้การเคารพสักการะเป็นอย่างมาก
  • Pic 02

    จังหวัดยะลา

    ประวัติความเป็นมา
    เหตุที่เรียกชื่อว่ายะลานั้นเพราะพระยาเมืองคนแรกได้ตั้งที่ทำการขึ้นที่บ้านยะลา คำว่า “ยะลา” เป็นชื่อเรียกสำเนียงภาษามลายูพื้นเมือง มาจากคำว่า “ยาลอ” (جال) แปลว่า “แห” แต่ตามประวัติศาสตร์ซึ่งได้เขียนไว้ในสมัยเจ็ดหัวเมือง โดยเจ้าผู้ครองเมืองเดิมได้เขียนไว้เป็นประวัติศาสตร์เป็นภาษามลายูว่า “เมืองยะลา” เป็นสำเนียงภาษาอาหรับ โดยชาวอินโดนีเซียที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาอิสลามในบริเวณเจ็ดหัวเมือง ซึ่งอยู่ในแหลมมลายูเป็นผู้ตั้งชื่อเมืองไว้

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าทอพื้นบ้านปะลางิง ภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้านใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในอดีตนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม โพกศีรษะหรือนำมาคาดเอว อีกนัยหนึ่งเพื่อบอกสถานะทางสังคม หากเป็นชนชั้นขุนนางผ้าปะลางิงที่ใช้จะถักทอด้วยไหมแท้ทั้งหมด ส่วนสีจะพิมพ์ทับด้วยทอง ลวดลายเย็บตกแต่งด้วยแล่งเงินแล่งทองให้ดูสมฐานะ แต่ในกลุ่มชาวบ้านใช้เป็นผ้าฝ้าย ผ้าชนิดนี้ถูกค้นพบว่ามีการใช้จริงตามหลักฐานทางภาพถ่ายในหอจดหมายเหตุ ในปี 2472 เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาส จ.ปัตตานี โดยชาวบ้านที่มารอรับเสด็จได้แต่งกายด้วยผ้าปะลางิง หลังจากนั้นผ้าพื้นบ้านชนิดนี้ได้เลือนหายไปกว่า 80 ปี

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดเมืองยะลา จังหวัดยะลา เป็นวัดสำคัญคู่เมืองยะลา มีสถานที่ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองยะลา ติดริมถนนสุขยางค์ แวดล้อมไปด้วยสถานที่ราชการสำคัญ สำหรับวัดเมือง ยะลาแห่งนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นมาใหม่ ได้รับการพัฒนาจากประชาชน หน่วยราชการต่างๆ ทำให้มีเสนานะที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างสมบูรณ์ ภายในวัดกว้างขวางร่มเย็น ในปี ๒๕๓๕ วัดเมือง ยะลา ได้รับการยกย่องจากกรรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง และวัดพัฒนาดีเด่น
  • กำแพงเมืองที่บาโงยบาแต อยู่ที่บ้านบาโงยบาแต ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง ฯ โบราณสถานดังกล่าวไม่มีหลักฐานบอกถึงความเป็นมา แต่มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่าเดิมเป็นวังของราชาเขี้ยวงอกผู้ดุร้าย ภายหลังต้องหนีไปอยู่ที่อื่น จากการสำรวจ สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นกำแพงดินและคูเมืองสมัยอยุธยา ส่วนเนินอิฐนั้นยังไม่ได้มีการขุดแต่ง จึงยังสันนิษฐานไม่ได้ว่า เป็นซากสิ่งก่อสร้างประเภท
  • Pic 02

    จังหวัดนราธิวาส

    ประวัติความเป็นมา
    จังหวัดนราธิวาส เดิมมีฐานะเป็นเพียงเมืองหนึ่งในอาณาจักรลังกาสุกะซึ่งพบหลักฐานโบราณคดีค่อนข้างน้อยเช่น ซากเจดีย์ 3 องค์บริเวณวัดเขากง อายุ1,300ปี(ต่อมาถูกรื้อถอนแล้วสร้างพระพุทธทักษิณมิ่งมงคลแทน) ต่อมา กลายเป็นอำเภอหนึ่ง เรียกว่า อำเภอบางนรา ขึ้นกับเมืองสายบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองภาคใต้ ต่อมาได้โอนไปขึ้นกับเมืองระแงะ ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดหัวเมืองเช่นกัน โดยประวัติความเป็นมาของนราธิวาสนั้น มีความชื่อมโยงกับเรื่องราวของเมืองปัตตานี เมืองสายบุรี และเมืองระแงะ

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าบาติก คำว่า บาติก เป็นภาษาชวา ใช้เรียกผ้าย้อมสีชนิดหนึ่งที่รวมศิลปะทางด้านฝีมือ และเทคนิคการย้อมสีเข้าด้วยกัน หลักการทำผ้าบาติกอาศัยเทคนิคง่าย ๆ คือ “การวันสีด้วยเทียน” โดยใช้ “วันติ้ง” เป็นเครื่องมือที่จุ่มเทียนไขเหลวเพื่อวาดลวดลายลงบนผืนผ้าก่อนลงสีในส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสีที่ย้อม เมื่อนำไปย้อมสี สีก็จะติดเฉพาะส่วนที่ไม่ลงเทียนไว้และจะติดซึมไปตามรอยแตกของเทียนเกิดลวดลายสวยงาม ปัจจุบัน การทำผ้านิยมใช้วิธีพิมพ์ลายผ้ามากกกว่าวิธีเขียนลายด้วยมือ เพราะเร็วและสะดวกกว่า ผ้าบาติกนี้ส่งขายตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ และส่งออกขายในมาเลเซีย
  • ดีเกฮูลูเป็นการแสดงแบบรับร้องโต้ตอบ หรือร้องเดี่ยวโดยใช้ปฎิภาณไหวพริบเช่นเดียวกับลำตัดดีเกฮูลูคณะหนึ่งจะมีลูกคู่ประมาณ 10 คน ผู้ร้องเพลงประจำคณะจะมี 2-3 คน ในขณะลูกคู่จะนั่งล้อมวงร้องรับและตบมือโยกตัวให้เข้าจังหวะดนตรี ประกอบการแสดงได้แก่ กลองรำมะนา ฆ้อง โหม่ง และลูกแซ็ก ดีเกฮูลูในอำเภอยี่งอจะมีหลายคณะ

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดชลธาราสิงเห (วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย) เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นปลายรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในบริเวณวัดช มีสิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนาศิลปะฝีมือแบบไทยปักษ์ใต้ เป็นจุดเด่น และงดงามหลายชิ้น เช่น พระอุโบสถที่สร้างในสมัยรัชการที่ 5 มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งเขียนโดยฝีมือพระภิกษุชาวสงขลางดงามมาก และถ่ายทอดรูปแบบชีวิตวัฒนธรรมความเป็น อยู่ท้องถิ่นปักษ์ใต้ไว้เด่นน่าสนใจเป็นพิเศษ นอกจากนั้นยังมี ศาลาธรรมเก่าแก่เป็นศิลปะปักษ์ใต้ผสมสถาปัตยกรรมจีน
  • พิพิธภัณฑ์โละจูด เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนแห่งแรกและแห่งเดียวของอำเภอแว้งเป็นการริเริ่มของนายเจ๊ะปอ ลอดีง อดีตกำนันตำบลโละจูด โดยใช้บ้านของตนเป็นศูนย์ดำเนินการก่อสร้าง อาคารพิพิธภัณฑ์แบบทรงไทย แล้วออกรวบรวมโบราณวัตถุตามหมู่บ้านต่าง ๆ ได้แก่ บ้านบาลา บ้านสาวอ และบ้านโละจูด ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนดั้งเดิม
  • Pic 02

    จังหวัดปัตตานี

    ประวัติความเป็นมา
    ปัตตานีเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลตะวันออกของภาคใต้ติดกับทะเลจีนใต้ หรืออ่าวไทย มีแม่น้ำที่สำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานี และ แม่น้ำสายบุรี ในอดีตจังหวัดปัตตานีเป็นจังหวัดที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากปัจจุบันยังมีซากเมืองเก่าของปัตตานีในยุคนั้นปรากฏให้เห็นที่อำเภอยะรังในปัจจุบันจากการที่มีพื้นที่เป็นป่าเขา และมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลเป็นระยะทางยาวประมาณ 170 กิโลเมตร จึงเป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นศูนย์กลางการปกครอง การค้า และวัฒนธรรม มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวหลายด้าน ทั้งด้านธรรมชาติ โบราณสถานทางประวัติศาสตร์และด้านประเพณีวัฒนธรรม

    ภูมิปัญญา

  • เครื่องทองเหลืองปัตตานี หัตถกรรมช่างฝีมือประเภทเครื่องทองเหลืองของเมืองปัตตานีมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านความประณีต ความสวยงาม และมีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ที่เกิดจากการผสมผสานศิลปะของชาติต่าง ๆ เช่น จีน อาหรับ ยุโรป สยาม ผสมผสานเข้ากับศิลปะแบบมลายูท้องถิ่น
  • จิตรกรรมเรือกอและประวัติและวิวัฒนาการของเรือกอและ สันนิษฐานว่าเรือกอและน่าจะเกิดขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย
  • ผ้าจวนปัตตานี ผ้าจวนปัตตานี หรือผ้ายกตานี เป็นผ้าพื้นเมืองดั้งเดิมแบบหนึ่งของปัตตานี และจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์คือมีล่องหรือลวดลายตามชายผ้า หรือที่ริมผ้า บางครั้งจึงเรียกว่า "ผ้าล่องจวน" ช่างทอผ้าชาวเมืองปัตตานีรุ่นเก่า ๆ เรียกผ้าดังกล่าวว่า "จูวา" จูวา หมายถึงลวดลายที่ปรากฏอยู่บริเวณชายผ้าทั้งสองด้าน

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดมุจลินทวาปีวิหาร ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี สร้างขึ้นโดยพระยาวิเชียรภักดีศรีสงครามเจ้าเมืองหนองจิก เมื่อครั้งได้ทำการย้ายที่ว่าการอำเภอหนองจิกมาอยู่ที่ตำบลตุยง ในปี พ.ศ. 2388 เดิมชื่อว่า วัดตุยง เป็นอีกหนึ่งวัดสวยทางภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด พร้อมเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่ยังความสวยงามผ่านกาลเวลา
  • เมืองโบราณยะรัง เป็นเมืองโบราณซ้อนทับกันสามเมือง ตั้งแต่บ้านวัดที่เก่าแก่ที่สุด บ้านจาเละ และบ้านประแว ง ชุมชนโบราณยะรังเป็นชุมชนรัฐโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ นักโบราณคดีสำรวจขุดค้นแหล่งโบราณคดีในเขตตำบลกระโด เขตตำบลวัด ตำบลแว้ง และตำบลปิตูมุดี พบว่าปรากฏซากโบราณสถานจำนวนมาก น่าจะเป็นพื้นที่ศาสนสถานมากกว่าที่อยู่อาศัยของประชาชน อาจเป็นไปได้ว่าที่อยู่อาศัยของชุมชนตั้งอยู่บริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านบราโอ และบ้านกรือเซะ