มจร. - วิทยาเขตนครศรีธรรมราช

ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ภาคใต้

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมปรัชญาพุทธศาสน์

Pic 01

จังหวัดนครศรีธรรมราช

ประวัติความเป็นมา
เป็นราชธานีโบราณแห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ จากหลักฐานทางโบราณคดีพบว่าเป็นแหล่งที่อยู่มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ อาทิ ถ้ำตาหมื่นยม บางพานไทร บ้านหินตก ถ้ำงวงช้าง ที่ราบเชิงเขาลานสกาใน ถ้ำพรรณรา ท่ายม ถ้ำตลอด เกตุกายท่าเรือ ยวนเฒ่า สมัยกึ่งก่อนประวัติศาสตร์ อาทิ โมคลาน จอมทอง พระเพรง หอพระนารายณ์ สมัยประวัติศาสตร์ อาทิ เจดีย์หลวง นาขอม บ้านตีน บ้านท่าควาย วัดเบิก สวนหัวแหวน บ้านพังกำ บ้านสระกูด เขาคา บ้านต่อเรือ บ้านทุ่งพัน หอพระอิศวร ฐานพระสยม หุบเขาช่องคอย ควนลำแพน เมืองพระเวียง ถ้ำเขาชุมทอง วัดมเหยงค์ วัดเสมาเมือง ปรากฏชื่อในหลักฐานทางโบราณคดี ราชธานีนครศรีธรรมราชมีชื่อหลากหลาย อาทิ ตามพลิงคม ตามพรลิงค์ มัทธาลิงคม ตามพลิงเกศวร โฮลิง โพลิง เชียะโท้ว โลแค็ก (Locae) สิริธรรมนคร ศรีธรรมราช ลิกอร์(Ligor) ละคอน คิวตูตอน สุวรรณปุระ ปาฏลีบุตร (Pataliputra) และเมืองนคร

ภูมิปัญญา

  • การทอผ้ายกมีหลักฐานว่า ชาวเมืองนครศรีธรรมราชได้แบบอย่างมาจากแขกเมืองไทยบุรี ครอบครัวเชลยเข้ามายังเมืองนครศรีธรรมราชเป็นจำนวนมาก ได้พวกช่างมาไว้หลายพวก เช่น ช่างทอง ช่างเงิน และช่างทอผ้า สำหรับพวกช่างทอผ้าให้อยู่บริเวณทางด้านตะวันตกของตัวเมือง ในตำบลมะม่วงสองต้น อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และตำบลนาสาร อำเภอพระพรหมในปัจจุบัน ช่างพวกนี้ได้ถ่ายทอดความรู้แก่ช่างพื้นเมืองที่มีอยู่ก่อน จึงทำให้การทอผ้าในสมัยนั้นพัฒนาขึ้นกว่าสมัยก่อน ๆ มากผ้าทอเมืองนคร ผ้าเป็นประเพณีตศิลปอย่างหนึ่ง คุณค่าความงามของผ้าอยู่ที่การใช้สี ลวดลาย วัสดุที่ใช้ทอ ตลอดจนความปราณีตของฝีมือ ผ้าพื้นเมืองของคนไทยมีทั้งผ้าฝ้าย ผ้ายก ผ้าปัก ฯลฯ ผ้ามีบทบาทสำคัญมากทางวัฒนธรรมการแต่งกายของคนไทยมาแต่โบราณ ผ้าบางประเภทยังยังบ่งบอกถึงฐานะและชนชั้นในสังคมไทยอีกด้วย
  • ประเพณีชักพระเป็นประเพณีท้องถิ่นของชาวใต้ ซึ่งเป็นประเพณีทำบุญในวันออกพรรษา ซึ่งตรงกับ วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า เสด็จไปจำพรรษา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดา เมื่อครบพรรษาจึงเสด็จมายังโลกมนุษย์ พุทธศาสนิกชนจึงมารอรับเสด็จ แล้วอัญเชิญพระพุทธ เจ้าขึ้นประทับบน บุษบกแล้วแห่ไปรอบเมือง
  • การแห่ผ้าขึ้นธาตุ มีปรากฏครั้งใดไม่มีใครทราบ แต่มีหลักฐานในสมัยรัชกาลที่ 2 ว่าครั้งนั้นกระทำกันในวันวิสาขบูชาหรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่4กำหนดให้แห่ผ้าขึ้นธาตุในวันมาฆบูชาอีกวันหนึ่ง และได้ถือปฏิบัติสืบมาจนถึงปัจจุบัน
  • แกะหนังตะลุงแกะหนังตะลุงสืบทอดจากบรรพชนปักษ์ใต้
  • จักสานกระจูดเป็นภูมิปัญญาที่ใช้วัสดุท้องถิ่นถ่ายทอดสืบต่อกันมา ปัจจุบันมีการออกแบบให้หลากหลาย

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดท้าวโคตรริมถนนราชดำเนิน บ้านนาเดิม หมู่ 2 ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช 80000ประวัติเป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของเมืองนครฯ ภายในวิหารมีจิตรกรรมบนแผ่นไม้ประดับอยู่ด้านบนของวิหารทั้งสองด้านเป็นศิลปะต้นสมัยรัตนโกสินทร์ภายในบริเวณวัดมีเจดีย์ปรักหักพังสมัยศรีวิชียด้านหลังหอระฆังมีกุฏิไม้ตกแต่งด้วยลายฉลุที่งดงามน่าชมวัดท้าวโคตรเป็นวัดที่อยู่คู่นครศรีธรรมราชมานาน สมัยที่ฉันเริ่มมาอยู่ที่นครศรีธรรมราชก็ไม่ได้เห็นความพิเศษใดๆนอกจากเป็นวัดเก่าแห่งหนึ่ง
  • พระมหาธาตุเจดีย์ ตำนานระบุว่าสร้างขึ้นโดยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะของพระมหาธาตุเจดีย์ มีฐานประทักษิณสูง มีซุ้มช้างล้อม ๒๒ ซุ้ม สลับด้วยซุ้มพระพุทธรูปยืน ๒๕ องค์ พื้นที่ส่วนนี้มีระเบียงล้อมรอบเรียกว่า “วิหารทับเกษตร” ถัดขึ้นไปเป็นเจดีย์ทรงระฆังหรือทรงโอคว่ำ บัลลังก์ ก้านฉัตรซึ่งประดับรูปพระสงฆ์ประทักษิณจำนวน ๘ รูป เรียกว่า “พระเวียน” ถัดขึ้นไปเป็นปล้องไฉน และปลียอดซึ่งหุ้มด้วยทองคำแท้
  • Pic 02

    จังหวัดสตูล

    ประวัติความเป็นมา
    สตูลโบราณ คืออดีตชุมชนเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ตามที่ราบชายฝั่งทะเลเมืองไทรบุรี เขตแดนติดต่อกับเมืองตามพรลิงค์ ในปีพุทธศักราช ๒๔๗๕ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยเมืองสตูลมีการยกฐานะเป็นจังหวัดหนึ่งจนถึงกระทั่งทุกวันนี้คำว่า "สตูล" มาจากคำภาษามาลายูว่า "สโตย" แปลว่ากระท้อน อันเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีมาก ซึ่งต่อมาได้รับการตั้งสมญานามเป็น ภาษามาลายูว่า "นครสโตยมำบังสการา (Negeri Setoi Mumbang Segara)" หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า สตูล เมืองแห่งพระสมุทรเทวา ดังนั้น "ตราพระสมุทรเทวา" จึงกลายเป็นตราหรือสัญลักษณ์ของจังหวัดตราบจนทุกวันนี้

    ภูมิปัญญา

  • การทำฝาขัดแตะ เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านที่มีความแข็งแรงทนทาน ประณีตความสวยงาม วัสดุที่สำคัญ คือ ไม้ไผ่ผาก มีลักษณะลำต้นสูง สีเขียวไม่มีหนาม ลำต้นโตที่สุดมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 นิ้ว
  • แข่งว่าว ว่าวหลากชนิด อาทิ ว่าวปักเป้า ว่าวใบไม้ ว่าวฟังเสียง และอื่นๆ นิยมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เล่นในช่วงเดือน ก.พ. – เม.ย. เนื่องจากลมบนแรง อดีตแหล่งผลิตว่าว คือหน้าวัดพระลาน จ.นครศรีธรรมราช มีเรื่องเล่าว่าสาเหตุที่ปลายยอดพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชคดเอียงเล็กน้อยเนื่องจากถูกเชือกว่าวท่านสมภารวัดหน้าพระลานพานบิดไป ว่าวยุคหลังรูปแบบต่างๆกันมาจากทั่วสารทิศ อาทิ พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา จังหวัดสตูลจัดให้มีการแข่งว่าวนานาชาติที่สนามบินเป็นประจำเกือบทุกปี โดยนิยมแข่งขันครั้งละ 2 ตัว
  • ประเพณีแรกนาขวัญ พิธีราวเดือน 8-9 เพราะการทำนาส่วนใหญ่อาศัยมรสุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากศาสนาพราหมณ์รุ่งเรืองนับตั้งแต่สมัยตามพรลิงค์ เมืองที่เป็นแหล่งทำนาสำคัญหลายแห่ง เช่น ไชยา ตามพรลิงค์พัทลุง และปัตตานี ล้วนเป็นทำนาเก่าแก่ มีพิธีแรกนาขวัญทุกปี พราหมณ์อาศัยอยู่จำนวนมาก โดยมีสถานที่ทำพิธีแรกนาขวัญปรากฏอยู่เรียก “ดอนนาแรก” โดยเฉพาะเมืองตามพรลิงค์รักษาประเพณีอย่างมั่นคง โดยเพิ่งเลิกประเพณีในสมัยรัชกาลที่ 5 กำหนดให้จัดพิธีหลวงราชการส่วนกลาง
  • ผ้าคลุมผมสตรี เทคนิคและกรรมวิธีในการปักจักรผสมผสานกับศิลปแบบไทย และสามารถผลิตชิ้นงานที่มีความสวยงาม
  • สาด(เสื่อ) มีหลายชนิด อาทิ “สาดจูด” สานด้วยต้นกระจูดที่ส่วนใหญ่นำมาจากทะเลน้อย จ.พัทลุง “สาดเตย” สานจากใบเตยลำเจียก(ปาหนัน) นอกนี้ คือ สาดพ้อ สาดสาคู สาดคล้า ฯลฯ ปัจจุบันมีการย้อมวัสดุเป็นสีต่างๆ สานออกมาเป็นลายสอง ลายสาม ลายดอกจันทร์ ลายก้านแย่ง ลายตาสมุก ฯลฯ อย่างสวยงาม นอกจากใช้ปูรองนั่งยังนำไปเป็นวัสดุประดับตกแต่งอาคาร ร้านค้า หลากหลายแบบ

  • วัด/โบราณคดี

  • เขาโต๊ะพญาวัง เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เขตอำเภอเมืองสตูล เป็นภูเขาหินปูนลูกโดด ทางด้านทิศตะวันออกเป็นเพิงผา และมีถ้ำตื้น ๆ อดีตพอถึงฤดูฝน น้ำจะท่วมรอบๆเขาโต๊ะพญาวัง ต้องใช้เรือสัญจรไปมาอีกฝั่งหนึ่ง ด้านตะวันออกของเขาโต๊ะพญาวังมีชาวบ้านหาหินย่อยไปทำการก่อสร้าง จนด้านหน้าของภูเขาลูกนี้หายไปบางส่วน ปัจจุบันพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีถนนรอบภูเขา ด้านหน้าจะมีถ้ำลอดเข้าไปในภูเขา มีหินงอก หินย้อย บนภูเขาโต๊ะพญาวังมีพันธุ์ไม้นานาชนิดอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของนกหลากหลายสายพันธุ์ มีลิงจำนวนมากออกมาหากินอาหารช่วงเช้าตามร้านค้าและถนนสายหน้าภูเขา โดยจะกลับขึ้นไปบนภูเขาช่วงเย็นๆ
  • วัดชนาธิปเฉลิม เป็นวัดแห่งแรกของเมืองสตูล เป็นแหล่งรวมใจสาธุชนชาวพุทธศาสนา
  • พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสตูล คฤหาสถ์กูเด็น เป็นตึกแบบตะวันตก ประตูหน้าต่างรูปโค้งตามแบบสถาปัตยกรรมยุโรป หลังคาทรงปั้นหยาแบบไทยใช้กระเบื้องดินเผารูปกาบกล้วย บานหน้าต่างเป็นแผ่นไม้ชิ้นเล็กๆเป็นเกล็ดแนวนอน ช่องลมด้านบนตกแต่งรูปดาวตามลักษณะสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองสตูล วิถีชีวิตของชาวสตูลในด้านต่างๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมประเพณีและวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
  • Pic 02

    จังหวัดสุราษฎร์ธานี

    ประวัติความเป็นมา
    จากหลักฐานทางโบราณคดีแสดงถึงการตั้งรกรากและเส้นทางสายไหมของมนุษย์พื้นที่อ่าวบ้านดอนเจริญรุ่งเรืองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 เมื่ออาณาจักรตามพรลิงค์(นครศรีธรรมราช) มีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น เมืองไชยาเป็นหนึ่งในเมืองสิบสองนักษัตรของเมืองนครศรีธรรมราช ชื่อ "เมืองบันไทยสมอ" อารยธรรมลุ่มแม่น้ำตาปี ได้แก่ เมืองเวียงสระ เมืองคีรีรัฐนิคม และเมืองท่าทอง พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชแห่งตามพรลิงค์อพยพย้ายเมืองจากเมืองเวียงสระเนื่องจากไม่มีทางออกสู่ทะเล รวมทั้งเกิดโรคระบาด เมื่อเมืองตามพรลิงค์เจริญรุ่งเรืองนั้น ได้บริหารเมืองไชยาและเมืองท่าทองในรูปแบบเมืองสิบสองนักษัตรแห่งอาณาจักรตามพรลิงค์ ภายหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คือ บริเวณอ่าวบ้านดอน คือ "อำเภอเมือง" พื้นที่เมืองเก่า คือ "อำเภอไชยา

    ภูมิปัญญา

  • คำขวัญประจำจังหวัด "เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ" จัดงานช่วงระหว่างวันที่ 2-8 สิงหาคมของทุกปี บริเวณสนามศรีสุราษฎร์ และริมเขื่อนแม่น้ำตาปี เงาะโรงเรียนถือเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อของจังหวัด คุณภาพเงาะ คือ เปลือกภายนอกขนไม่ยาวมาก มีผิวสีแดงอมชมพู เนื้อหวานกรอบ ล่อนไม่ติดเมล็ด มีการจำหน่ายเงาะโรงเรียน ผลิตผลทางการเกษตรอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ได้แก่ นิทรรศการทางการเกษตร การแสดงของสุนัขสงคราม การแข่งขันลิงขึ้นมะพร้าว การประกวดนกเขาใหญ่ การแข่งขันจักรยานสามล้อและการประกวดธิดาเงาะ ประกวดรถประดับเงาะและผลไม้อื่นๆ
  • ประเพณีสารทเดือนสิบพีธีกรรมเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือนสิบ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่พญายมปล่อยผู้ล่วงลับ (เปรต) มาจากนรก นิยมประกอบพิธีในวันแรม 13 ค่ำ 14 ค่ำ และ 15 ค่ำ โดยการนำอาหารไปทำบุญที่วัดเรียกว่า “หมฺรบเล็ก” เป็นการต้อนรับบรรพบุรุษและญาติมิตรที่ขึ้นมาจากนรก การเตรียมการสำหรับประเพณีสารทเดือนสิบ เริ่มขึ้นในวันแรม 13 ค่ำ เดือนสิบ เรียกว่า “วันจ่าย” เป็นวันที่เตรียมหมฺรับ
  • งานจักสานต้นกระจูดผลิตภัณฑ์กระจูดเป็นที่รู้จัก อาทิ เสื่อกระจูด ตะกร้ากระจูด กระเป๋ากระจูด สมุด ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ปัจจุบันได้พัฒนารูปแบบสินค้าที่มีความหลากหลาย
  • คั่วกลิ้งเห็ดแครง
  • เนื้อปูพาสเจอร์ไรส์

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร เป็นสถานที่ประดิษฐานองค์พระบรมธาตุไชยาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สร้างในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยเจริญรุ่งเรืองสูงสุด
  • โบราณสถานวัดถ้ำสิงขร เป็นวัดที่เก่าแก่ บ้านถ้ำ ตำบลสิงขร อำเภอคีรีรัฐนิคม ด้านหลังวัดเป็นถ้ำขนาดใหญ่ วัดถ้ำสิงขรเป็นวัดที่มีปูชนียสถานโบราณวัตถุเก่าแก่มากคือมีถ้ำพระจัด สถาปัตยกรรมประณีต ฝาผนังเพดานถ้ำประดับด้วยถ้วยชามโบราณลวดลายโบราณ ภาพโบราณ เป็นถ้ำที่มีความวิจิตรบรรจงสวยงาม พระพุทธรูปองค์น้อยใหญ่ประดิษฐานเรียงรายภายใน
  • สวนโมกขพลาราม สถานปฏิบัติธรรมที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งในพระพุทธศาสนา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2502 โดยท่านพุทธทาสภิกขุ ผู้ประกาศตนคือทาสแห่งพุทธองค์ ทำการศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎก ได้รับการยอมรับทั่วโลก ภายในสวนโมกข์มีการจัดภูมิสถาปัตย์ ปฏิมากรรม จิตรกรรม และวรรณกรรม สอดรับกลมกลืนกับธรรมชาติและพุทธธรรมอย่างลึกซึ้ง
  • ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราดจะมาเล่นน้ำ ชมธรรมชาติกันก็ดี หรือใครอยากล่องเรือชมธรรมชาติที่นี่เขาก็มีบริการ น้ำที่นี่ไม่ลึก เด็ก ๆ เล่นได้ แต่ผู้ปกครองควรเฝ้าอย่างใกล้ชิด ถ้าอยากเล่นน้ำใส ๆ ให้เล่นบริเวณช่วงด้านบนที่เป็นต้นน้ำ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารต่าง ๆ มากมาย
  • Pic 02

    จังหวัดกระบี่

    ประวัติความเป็นมา
    ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน จากหลักฐานทางโบราณคดีแสดงถึงเป็นแหล่งชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ เดิมคือเมืองบันไทยสมอ 1 ใน 12 เมืองนักษัตร ที่ใช้ตราลิงเป็นตราประจำเมืองอาณาจักรตามพรลิงค์(นครศรีธรรมราช) หลักฐานทางโบราณคดี อาทิ เครื่องมือยุคหินกระจัดกระจายทั่วไปจำนวนมาก ภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่ง บันทึกหนังสือบุดประวัติศาสตร์อาณาจักรตามพรลิงค์แหล่งชุมชนโบราณ อาทิ ชุมชนคลองท่อม ทำหน้าที่เป็นประตูเมืองเชื่อมชุมชนฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย พบหลักฐานการเดินทางของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ ชุมชนปกาไส เป็นเส้นทางเดินทัพชายแดนไทย-พม่า ปรากฏนามเจ้าพระยานคร(น้อย) ต่อเรือทัพ หลักฐานทางโบราณคดีการสัญจรทางบกด้วยช้างเพื่อการค้าขาย การอพยพผู้คนเข้ามาตั้งหลักแหล่งตามลุ่มน้ำ ชุมชนปกาไสคือเมืองเก่ากระบี่ ต่อมาย้ายที่ทำการมาตั้งที่บ้านหินขวาง และย้ายมาที่ตำบลปากน้ำในปัจจุบัน

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าบาติกเป็นการเขียนลวดลายลงบนผืนผ้า โดยการใช้เทคนิคและความละเอียดในการเขียนลายผ้าด้วยเทียนตามจินตนาการของผู้เขียน ส่วนใหญ่จะเขียนลายธรรมชาติ เช่นลายทะเล ลายดอกไม้ แต่ทั้งนี้แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าชิ้นและเสื้อเชิ้ต
  • การทำร้อยสร้อยไข่มุกบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ได้จัดตั้งเป็นกลุ่มสตรีสหกรณ์ ต่อมา 2551 ได้มีศูนย์พัฒนาฝีมือจังหวัดกระบี่ได้มีการฝึกอบรมอาชีพการร้อยมุก ประมาณ 10 คน ก็เกิดความคิดริเริ่มว่าน่าจะจัดตั้งกลุ่มใหม่เป็น กลุ่มสตรีและเยาวชนบ้านแหลมโพธิ์ร้อยสร้อยไข่มุกและทำให้เกิดความคิดออกแบบดีไซน์รูปแบบต่าง ๆ และเป็นที่น่ายินดีจึงได้รับความนิยมจากลูกค้าจำนวนมากในหลายระดับ และตั้งแต่นั้นมา ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ (บ้านแหลมโพธิ์) ได้มีงานทำกันทั่วหน้า และทำให้ผู้คนได้รู้ว่า ไข่มุกจังหวัดกระบี่มีมากขึ้น
  • ลิเกป่าเป็นการแสดงพื้นบ้านที่ดัดแปลงมาจากลิเกสิบสองภาษา เริ่มต้นจะเล่นเรื่องราวของแขกแดงว่ามาจากเมืองลักกะตา มาค้าขายบนฝั่งทะเลตะวันตก แล้วมาได้ภรรยาเป็นคนพื้นเมืองชื่อ"ยายี" พากลับบ้านเมือง จากนั้นจะแสดงเรื่องอื่นต่อไป ลิเกป่าเป็นการแสดงที่ประสานวัฒนธรรมหลากหลายเข้าด้วยกัน อาทิ ดนตรีจะใช้รำมะนา ทับโหม่ง กลอง ฉิ่ง บทกลอนจะมีการประสมทำนองมโนราห์กับเพลงบุรันยาวา ศิลปินลิเกป่าในกระบี่มีจำนวนมาก เพราะนิยมเล่นกันมาช้านาน

  • วัด/โบราณคดี

  • สุสานหอย ๗๕ ล้านปีอยู่บริเวณชายทะเลบ้านแหลมโพธิ์ทางด้านทิศตะวันออกเฉียง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปหาดนพรัตน์ธารา เมื่อถึงบ้านไสไทยจะมีป้ายบอกทางไปสุสานหอย เหนือของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ มีซากดึกดำบรรพ์ของหอยน้ำจืดชนิดต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นหอยขม ซากหอยเหล่านี้ได้ทับถมกัน โดยมีน้ำประสานธาตุปูนจับตัวให้กลายเป็นหินแข็งทับอยู่ชั้นหินลิกไนท์ และหินดินดานนับเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ และเป็นหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก
  • ถ้ำผีหัวโตหรือถ้ำกะโหลกผี ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ ๒ บ้านบ่อท่อ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ชาวบ้านเรียกถ้ำหัวกะโหลกเพราะในอดีตเคยพบกะโหลกศีรษะมนุษย์โบราณภายในถ้ำเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ ภายในถ้ำภูเขาหินปูนจึงทำให้มีหินงอกหินย้อยอยู่มากมายทั่วทั้งถ้ำ ที่แห่งนี้มีศิลปที่สำคัญยิ่งเป็นภาพเขียนสี ที่พบตามเพดานถ้ำและผนังถ้ำ ถ้ำผีหัวโตเป็นแหล่งที่พบภาพเขียนลักษณะนี้มากที่สุดในแล้วภาคใต้ รูปเขียนที่พบเป็นพวกรูป คน สัตว์ มือ เท้า สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ แต่ที่เห็นชัดเจนคือสัตว์ประหลาด ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นกลายสัญลักษณ์ของกระบี่ไปแล้ว
  • ถ้ำเสือเป็นบริเวณนี้ยังเป็นป่ารกชาวบ้านได้พบเห็นเสือโคร่งเดินเข้าออกแถบถํ้านี้อยู่เสมอจึงเรียกกันว่า "ถํ้าเสือ" และเป็นชื่อหมู่บ้านนี้ด้วยเมื่อพระอาจารย์ จำเนียร สีลเสฏโฐ มาบุกเบิกใหม่ ๆ ได้เล่าว่า สภาพเดิมเป็นป่ารกมากมีถํ้าที่สงบเงียบเหมาะแก่การทำวิปัสนากรรมฐาน
  • Pic 02

    จังหวัดชุมพร

    ประวัติความเป็นมา
    ปรากฏในตำนานพระธาตุนครศรีธรรมราชฉบับของหอสมุดแห่งชาติมีความตอนหนึ่งว่า เมื่อศักราชได้ 1098 ปี พระยาศรีธรรมาโศกราช สร้างเมืองลงบนหาดทรายแล้วรายรอบเป็นอาณาจักรนครศรีธรรมราช ยังมีพระพุทธสิหิงค์ล่องทะเลมาแต่เมืองลังกาถึงเกาะปีนัง ลอยมาถึงหาดทรายแก้ว พระยาศรีธรรมาโศกราชขุดพบพระธาตุจึงนำมาก่อพระเจดีย์นครศรีธรรมราช ตั้งเมืองสิบสองนักษัตรตามปูมโหรขึ้น ให้ใช้ตรารูปสัตว์ประจำปีเป็นตราของเมืองนั้น ๆ คือ ปีมะแมเมืองชุมพรถือตราแพะ 1 ใน 12 เมือง มาช่วยทำอิฐปูนก่อพระธาตุนครศรีธรรมราช

    ภูมิปัญญา

  • การทำกล้วยเล็บมือนางอบแห้ง สืบทอดจากบรรพบุรุษในการเก็บรักษาถนอมอาหารโดยปลูกกล้วยเล็บมือนางแซมไม้ผลและพื้นที่ว่างเปล่า
  • ไม้กวาดดอกอ้อเป็นการใช้ดอกอ้อที่มีอยู่เชิงเขามาทำเป็นไม้กวาดดอกอ้อ เพื่อเป็นการเสริมรายได้ให้กับกลุ่มแม่บ้านโดยจำหน่ายเป็นสินค้า OTOP ซึ่งการแปรรูปเป็นไม้กวาดดอกอ้อต้องใช้ความชำนาญให้มีความแข็งแรง ทนทาน และมีความสวยงาม
  • ศิลปหัตถกรรมจากมะพร้าวชุมชนหนองทองคำกิดขึ้นเนื่องจากในชุมชนมีมะพร้าวเป็นจำนวนมาก นายเคียม เทพมณี จึงมีความคิดที่จะนำมะพร้าวมาเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยการประดิษฐ์เป็นวัสดุต่าง ๆ เช่น โคมไฟ ตุ๊กตามะพร้าว แจกัญ กระปุกออมสิน ฯลฯ ต่อมาจึงได้ฝึกสอนให้กับผู้สนใจทั่วไป
  • บาติกผาแดงเป็นผ้าบาติกที่จดทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์บาติก และนำผ้าที่ทำมาจากเส้นใย ธรรมชาติ ผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (ม.อ.ช.) มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมพร

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดพระบรมธาตุสวี มีตำนานเล่าถึงประวัติการสร้างพระธาตุบรมสวีว่า เมื่อครั้งที่พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเสด็จยกทัพมารี้พลมาพักที่วัดร้างแห่งหนึ่งในเขตอำเภอสวี ได้พบกาเผือกและกาฝูงหนึ่งเกาะอยู่บนกองอิฐกระพือปีกและส่งเสียงร้อง พระองค์จึงให้รื้อเศษกองอิฐที่กองทับถมกันออกพบฐานเจดีย์ใหญ่ เมื่อขุดลึกลงไปได้พบผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงให้แม่ทัพนายกองไพร่พลช่วยกัน สร้างเจดีย์ขึ้นมาใหม่แทนที่เดิม แล้วจัดงานสมโภชเป็นการใหญ่เป็น เวลา ๗ วัน ๗ คืน ต่อมาเรียกกันว่าพระธาตุกาวี และคำว่า กาวี ได้เพี้ยนจนเป็นกลายเป็นสวีในปัจจุบัน
  • วัดถ้ำเขาขุนกระทิงประวัติความเป็นมาเดิมวัดนี้เมื่อยังมิได้สร้างเป็น วัด มีภูเขาลูกหนึ่งตั้งอยู่กลางป่าเปลี่ยว ชาวบ้านทั่วไป เรียกว่า "เขานาพร้าว” เป็นภูเขาหินปูนลูกโดดอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจังหวัดชุมพร มีถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์อยู่ ๑ ถ้ำ คนโบราณพูดว่าสร้างแต่ครั้งไหนไม่ปรากฏ
  • Pic 02

    จังหวัดพังงา

    ประวัติความเป็นมา
    คือชุมชนโบราณปากน้ำเภงีย แปลว่า ยอดรัก ภูเขาช้างหมอบล้อมหุบเขา ราวพุทธศตวรรษที่ 10 ชาวกลิงคราชหนีสงครามอินเดียปรากฏโบราณสถาน อาทิ ถ้ำสลักหินรามเกียรติ์ วัดระฆัง(วัดสุวรรณคูหา)ร่องรอยตำนานเส้นทางพระทองนางนาค ตำนานเขาลูกเดียวเพลาต่อมาถูกผ่าเป็น 2 ชื่อ "เขาพิงกัน" น้ำสวยใสราวกระจก ตำนานความรักภูเขาช้างหมอบ ในสมัยก่อนเมืองเภงียขึ้นอยู่กับเมือง เป็นเมืองที่มีแร่อุดมสมบูรณ์ มีชาวต่างชาติมาติดต่อซื้อขายแร่ดีบุกกันมาก จนออกเสียงเมืองเภงียเป็นเมืองพังงา ครั้งศึกเก้าทัพพระเจ้าตากสิน หัวเมืองปักษ์ใต้ประชาราษฎร์ไม่มีอาวุธและกำลังต่อสู้พม่า จึงอพยพไปหลบอยู่บริเวณภูเขาช้างหมอบ ปัจจุบันบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ถิ่นไทบนดินแดนนี้ พื้นที่เภงียโบราณหรือพังงามีความสมบูรณ์แห่งท้องทะเลอันดามัน พันธุ์สัตว์อนุรักษ์ ได้แก่ เต่าตนุ เต่ากลีบมะเฟือง ฯลฯ เมนูหายาก ได้แก่ แมงกะพรุนขาวใหญ่หมักเกลือ

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าทอซาโอริ ลักษณะที่โดดเด่นศิลปะของการทอผ้าด้วยมือแบบซาโอริ เป็นการทอผ้ารูปแบบใหม่ของชาวญี่ปุ่นโดย นางมิซาโอ๊ะ โจ แห่งเมืองโอซาก้า เป็นผู้คิดค้นขึ้น ในปี พ.ศ.2511 ปรัชญาการทอผ้าแบบซาโอริ ได้ยึดหลักแนวคิดของ “ความเป็นอิสระ” เป็นสำคัญ เพราะผู้ทอ ทุกคนสามารถเป็นศิลปิน ที่มีเสรีในการออกแบบลายผ้า ตามบุคลิกลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล โดยไม่จำกัดเพศ และการศึกษา
  • งานประเพณีลอยเรือ จัดขึ้นในช่วงประมาณเดือนเมษายน – พฤษภาคมของทุกปี เป็นประเพณีของชาวเลเผ่ามอแกน ซึ่งอาศัยอยู่บริเวณเกาะสุรินทร์เป็นประเพณีการประกอบพีธีฉลองเสาวิญญาณบรรพบุรุษ วันงานจะมีการเข้าทรง การเซ่นไว้วิญญาณบรรพบุรุษ การเล่นดนตรี การร่ายรำและการลอย “ก่าบาง” ซึ่งถือว่าเป็นการลอยความทุกข์และโรคภัยไข้เจ็บให้พ้นไปจากครอบครัวและชุมชน
  • งานเปิดฤดูการท่องเที่ยวจังหวัดพังงากำหนดให้สัปดาห์แรกของเดือนธันวาคมทุกปีเป็นสัปดาห์ท่องเที่ยวของจังหวัด โดยมีกิจกรรมรื่นเริง การแสดงวัฒนธรรม นิทรรศการแหล่งท่องเที่ยว การแข่งขันกีฬาทางน้ำและกีฬาพื้นบ้าน ออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง

  • วัด/โบราณคดี

  • ถ้ำนาค เขาสองพี่น้อง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เยี่ยมชมได้โดยเหมาเรือขนาดเล็ก
  • ภาพเขียนสีภายในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา 4 แห่งด้วยกัน คือ เขาพระอาดเฒ่า เขานาค เขาระย้า และเขาเขียน
  • วัดถ้ำ มีโบราณสถานทางโบราณคดี มีถ้ำใหญ่น้อย ถ้ำที่สำคัญ อาทิ ถ้ำใหญ่ ถ้ำแจ้ง ถ้ำมืด และถ้ำแก้ว พุทธศาสนิกชนได้สร้างพระพุทธรูปองค์เล็กๆ ไว้ตามเชิงถ้ำ มีพระพุทธบาทจำลอง พระปรางค์สิงห์โตจีน กระเบื้อง ศิลาจารึก ใบเสมา บานประตู ถ้ำพระเจดีย์เล็ก ถ้วยชามเบญจรงค์ จานเชิงเครื่องลายคราม และเครื่องมือหินสมัยโบราณ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีถ้ำสวยงาม เป็นจำนวนมาก
  • วัดท่าไทร เป็นวัดที่โดดเด่นด้วยอุโบสถไม้สักทรงไทยหลังงาม ริมทะเลบริเวณหาดชายทะเลท่าไทรท่ามกลางป่าสนชายฝั่งทะเลในบรรยากาศร่ม โดดเด่นด้วยงานแกะสลักอันอ่อนช้อย ด้านหนึ่งจะเปิดออกเห็นฝั่งทะเลแล้ว โครงสร้างภายนอกจำลองแบบจากอุโบสถพระอรัญวาสี จ.หนองคาย ช่อฟ้าแกะสลักจากช่างฝีมือเชียงใหม่ ผนังเป็นฝาปะกน มีแท่นพระประธาน ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา แกะสลักจาก หินหยกขาวศิลปะอินเดีย
  • Pic 02

    จังหวัดระนอง

    ประวัติความเป็นมา
    ระนอง หรือเมืองแร่นอง เดิมเป็นหัวเมืองเล็ก ๆ มีฐานะเป็นเมืองขึ้นของเมืองชุมพรมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของไทย โดยแบ่งการปกครองออกเป็น 2 เมือง คือ เมืองระนองและเมืองตระ ความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองดีบุก เมืองชายแดน เมืองคอคอดกระ ดังนี้ 1.เมืองดีบุก ระนองมีทรัพยากรธรรมชาติที่มีชื่อเรียกว่า ตะกั่วดำหรือดีบุกอยู่ใต้แผ่นดินเป็นจำนวนมาก จึงมีความสำคัญในฐานะเป็น เมืองแร่ดีบุกมีค่าอุดมสมบูรณ์ และเป็นเมืองแรกที่มีเจ้าของเหมืองแร่ (นายนอง) เป็นเจ้าเมืองคนแรก 2.เมืองชายแดน การที่ไทยต้องเสียดินแดนเมืองมะริดรวมทั้งเมืองมะลิวัลย์แก่อังกฤษ และได้มีการปักปันเขตแดนไทย โดยใช้แม่น้ำกระบุรีเป็นเส้นกั้นพรมแดนในปีพ.ศ. 2442 มีความสำคัญคือเป็นศูนย์รวมของการไปมาหาสู่และซื้อขายสินค้าระหว่างไทยกับพม่าเมืองขึ้นของอังกฤษ 3.เมืองกระ พื้นที่บริเวณคอคอดกระ เป็นผืนแผ่นดินที่กิ่วหรือแคบที่สุดในแหลมมลายู ระยะทางประมาณ 44 กิโลเมตร พื้นที่ด้านตะวันตกของบริเวณคอคอดกระ ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของเมืองตระ ผืนแผ่นดินส่วนที่แคบที่สุดระหว่างทะเล ตะวันตกและทะเล ตะวันออกแห่งนี้ มีภูเขาสลับซับซ้อนมีทางลัดผ่านช่องเขาเพียงสายเดียว ในสมัยโบราณคอคอดกระ มีความสำคัญคือเป็นเส้นทางพม่าเดินทัพยกมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งทะเลตะวันออก ฝรั่งเศสคิดจะขุดคลองคอคอดกระจากเมืองตระไปออกเมืองชุมพร เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเดินเรือจากยุโรปไปเมืองจีนในแผ่นดินยังอยู่ในความสนใจของประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน

    ภูมิปัญญา

  • ไม้กวาดดอกหญ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ เกิดจากภูมิปัญญา หรือ เอกลักษณ์ของท้องถิ่น ที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ เพราะบริเวณตำบลหาดส้มแป้น เป็นที่ทำเหมืองแร่ดีบุก และ แร่ดินขาว ที่เก่าแก่ของจังหวัดระนอง มีการบุกเบิกป่าและภูเขา ตัดถนน สัมปทานเหมืองแร่ จึงมีต้นหญ้าดอกอ้อ ขึ้นอยู่มากมาย บริเวณ กองดิน ริมขอบหลุมเหมือง ริมถนน ที่ทิ้งร้าง และในสวนชาวบ้าน จึงนิยมนำดอกหญ้า มาดากแดด และมัดเป็นไม้กวาด พัฒนารูปแบบสืบทอดกันมา อย่างต่อเนื่อง แรกๆ ทำเพื่อใช้ในครัวเรือน

  • วัด/โบราณคดี

  • เนินประวัติศาสตร์ นับได้ว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของจังหวัดระนอง อีกทั้งในปัจจุบันยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบันมีถนนลาดยาง 2 ช่องทางขึ้นสู่เนินได้จากถนนลุวัง พระบรมราชานุสาวรีย์ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี แผ่นหินที่มีจารึกมีการทำลูกกรงอลูมิเนียมป้องกันการกระทบกระเทือน อีกทั้งพื้นที่โดยรอบยังได้รับการดูแลและจัดการภูมิทัศน์ให้มีความร่มรื่นสวยงามเงียบสงบ สามารถเข้าสักการะและเยี่ยมได้ทุกวัน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
  • ศิลาจารึกสลักพระปรมาภิไธยย่อ จปร ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) บริเวณรอยต่อระหว่างตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง กับ ตำบลวังใหม่ อ.เมืองชุมพร จังหวัดชุมพรองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองและเทศบาลตำบล จ.ป.ร. ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าสักการะและเยี่ยมชมจารึกซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ
  • วัดบ้านหงาวตั้งอยู่ที่ ตำบล หงาว อำเภอเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดระนอง ใกล้กับภูเขาหญ้าระนอง มีอุโบสถ 2 ชั้น หรือที่เรียกว่า อุโบสถลอยฟ้ากว้าง รอบอุโบสถเทคอนกรีตเป็นลานกว้างมีลูกกรงล้อมรอบ ในแต่ละมุมทั้ง 4 ด้าน มีอาคารจัตุรมุขกว้าง มีบันไดขึ้นลงรอบทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ภายในอุโบสถวัดบ้านหงาว เป็นที่ประดิษฐานพระประธาน มีนามว่า “หลวงพ่อดีบุก” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีชื่อเป็นทางการว่า “พระติปุกะพุทธมหาศากยมุนีศรีรณังค์” อันมีความหมายว่า “พระพุทธรูปดีบุกองค์ใหญ่เป็นสิริมงคลและศักดิ์ศรีของเมืองระนอง” และยังมีความสวยงามของฝาพนังที่แกละสลักเป็นลวดลายต่างๆ อีกด้วย
  • Pic 02

    จังหวัดภูเก็ต

    ประวัติความเป็นมา
    คือเกาะภูเก็ต ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลด้านตะวันตก ในน่านน้ำทะเลอันดามัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรอินเดีย เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ คำว่า “ภูเก็ต” มาจากภาษามลายูคำว่า “บูกิ๊ต” ซึ่งแปลว่าภูเขา และเดิมใช้คำว่า “ภูเก็จ” ซึ่งในภาษาทมิฬ แปลว่า “ภูเขาแก้ว” ทางประวัติศาสตร์มีหลายชื่อ อาทิ แหลมตะโกลา จังซีลอน สิลัน ถลาง และทุ่งคา ภูเก็ตเป็นเมืองประวัติศาสตร์อาณาจักรตามพรลิงก์ เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงดินแดนแห่งเหมืองแร่ดีบุก มีการขุดหาแร่ยาวนานถึงกว่า 500 ปีแล้ว ตัวเมืองในอดีตเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ที่ถลาง นอกจากนี้ยังมีการปลูกยางพารา ทำสวนมะพร้าว สวนผลไม้ และทำการประมงด้วย

    ภูมิปัญญา

  • ไข่มุก ภูเก็ตมีฟาร์มมุกหลายแห่ง เช่น ที่เกาะนาคาน้อย เกาะ รังใหญ่ มีร้านมุกและสินค้าจากทะเล เช่น ร้านมุกภูเก็ต สามแยก ถนนเจ้าฟ้าตัดกับถนนขวาง ร้านภูเก็ตซีเชลล์ ถนนเจ้าฟ้าใกล้หาด ราไวย์ ร้านมุกเกาะแก้ว ถนนวิชิตสงคราม ทางไปหาดป่าตอง และ ร้านขายสิ้นค้าที่ระลึกบริเวณหาดราไวย์ แหลมพรหมเทพ หาดป่า ตอง ร้านในตัวเมืองบริเวณถนนรัษฎา ถนนมนตรี เป็นต้น
  • งานผ้อต่อความเชื่อที่ว่า ในวันที่ 15 ของเดือน 7 ของจีน คือวันครึ่งปีตามคตินิยมว่าเป็นวันที่วิญญาณจะได้รับการปลดปล่อยให้กลับมาเยี่ยมบ้านญาติพี่น้อง จึงได้มีการบวงสรวงวิญญาณบรรพชน ตกแต่งแท่นบูชาอย่างสวยงามพร้อมทั้งอาหารคาวหวานและเครื่อง กงเต็ก ส่วนดวงวิญญาณที่ไม่มีญาติ แต่ละบ้านก็จะจัดแท่นบูชาพร้อมทั้งอาหารคาวหวานไว้ที่หลังบ้านเพื่อทำบุญ นอกจากนี้ตามศาลเจ้าต่างๆจะเต็มไปด้วยขนมและผลไม้แกะสลักอย่างสวยงามที่ผู้ศรัทธานำมาถวาย เป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่อยู่ในบรรยากาศพิธี
  • ประเพณีกินเจ เริ่มเป็นครั้งแรกที่อำเภอกะทู้ ในปี พ.ศ.2368 พระยาถลางได้ย้ายเมืองถลางมาตั้งที่บ้านเก็ตโฮ่ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ดีบุกแต่ บริเวณดังกล่าวเป็นป่าทึบมีไข้ป่าชุกชุม ดันนั้นเมื่อมีคณะงิ้วเร่ (ปั่วฮี่) จากเมืองจีนมาเปิดการแสดงและเกิดล้มเจ็บลง คณะงิ้วจึงได้ประกอบพิธีกินเจขึ้นเพื่อบวงสรวงเทพเจ้า "กิ๋วอ๋องไต่เต" และ "ยกอ๋องซ่งเต" หลังจากนั้นปรากฏว่าโรคภัยไข้เจ็บได้หมดไป ชาวกะทู้สอบถามได้ความเช่นนั้นเกิดศรัทธาจึงประกอบพิธีกินเจขึ้น เพื่อความเป็นมงคลแก่ตนเองและบ้านเมือง

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดฉลอง หรือชื่อที่เรียกเป็นทางการ ก็คือ วัดไชยธาราม เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มีชื่อเสียงของภูเก็ต ถ้าใครมา ภูเก็ตจะต้องมาแวะนมัสการ หลวงพ่อแช่ม แห่งวัดฉลอง เพื่อเป็นสิริมงคลแต่ตัวเอง เรื่องราวความศักดิ์สิทธิ์ กิตติศัพท์ในการรักษาโรค บุญญาบารมีและเมตตาธรรมที่สูงส่งของหลวงพ่อทำให้มีผู้เลื่อมใสศรัทธาเป็นอันมาก ชื่อเสียงเกียรติคุณ และบารมีของท่านก็อยู่ในความทรงจำของผู้คนสืบมาวัดฉลอง ภูเก็ตอีกทั้งที่วัดฉลองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมี ประกาศเป็นที่ประดิษฐสถานของ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา
  • วัดพระนางสร้างเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองวัดหนึ่งของถลางและจังหวัดภูเก็ต เป็นที่เคารพสักการะทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน นอกจากโบราณสถาน โบราณวัตถุ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ภายในวัดแล้ว อุโบสถหลังใหม่ของวัดยังสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง ผสมผสานศิลปะของไทยและจีน นอกจากนี้ ยังมีประติมกรรมทวารบาลรูปยักษ์ถือปืนเฝ้าอยู่ด้านนอกด้วย
  • Pic 02

    จังหวัดพัทลุง

    ประวัติความเป็นมา
    เป็นจังหวัดที่มีแหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์มากเป็นอันดับต้นๆของเอเชีย พบแหล่งชุมชนหลากหลายชาติพันธุ์ อาทิ ขอม ทมิฬ อินเดีย ชวา ปรากฏหลักฐานกว่า 23 ถ้ำโบราณ ต่อมาในพุทธศตวรรษที่ 19 ปรากฏชื่อพัทลุง ในกฎหมายพระอัยการหัวเมือง พ.ศ.1998 ระบุว่าฐานะเมืองชั้นตรี ในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ

    ภูมิปัญญา

  • งานประเพณีแข่งโพนลากพระ (ชักพระ)นิยมทำกันทั่วไปในภาคใต้ ในช่วงเดือน 11 การลากพระมีอยู่ 2 ลักษณะ ตามความเหมาะสมของภูมิประเทศ คือ ลากพระทางบกและลากพระทางน้ำ สำหรับจังหวัดพัทลุงเป็นการลากพระทางบก ซึ่งจะมีการตีโพน (กลอง) เพื่อควบคุมจังหวะในการลากพระ ขบวนพระลากของแต่ละวัดก็จะมีผู้ตีโพนอยู่บนขบวน และเมื่อผ่านวัดต่างๆ ก็จะมีการตีโพนท้าทายกัน ทำให้มีการแข่งขันตีโพนเกิดขึ้น และทางจังหวัดพัทลุงก็ได้จัดให้มีการแข่งขันตีโพนขึ้นเป็นประจำทุกปี ในเทศกาลลากพระเดือน11
  • โนราเมืองใต้ เป็นการละเล่นพื้นเมืองภาคใต้ สันนิษฐานราวพุทธศตวรรษที่ 19 ตำนาน โดย ขุนอุปถัมภ์นรากร(โนราพุ่มเทวา) อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง บรรยายความว่า พระยาสายฟ้าฟาดเป็นกษัตริย์ครองเมืองๆ หนึ่ง มีชายาชื่อนางศรีมาลา มีธิดาชื่อนวลทองสำลี วันหนึ่งนางนวลทองสำลีฝันว่ามีเทพธิดามาร่ายรำ 12 ท่า มีดนตรีประโคม ได้แก่ กลอง ทับ โหม่ง ฉิ่ง ปี่ และแตร นางให้ทำเครื่องดนตรี และหัดรำอย่างครึกครื้น
  • ผลิตภัณฑ์จากกระจูด เป็นสินค้าทางภูมิศาสตร์ที่มีคุณลักษณะเฉพาะจังหวัดพัทลุง ผลิตจากวัสดุท้องถิ่นที่หาได้ตามธรรมชาติ เป็นหัตถศิลป์จักสานที่มีอัตลักษณ์ด้านลวดลายที่เน้นดอกและการย้อมสีตามความต้องการของ ฝีมือประณีต รูปแบบสวยงามทันสมัย มีความคงทนสูง

  • วัด/โบราณคดี

  • 1. วัดป่าลิไลยก์วัดป่าลิไลยก์ ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดป่า สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๒๔๗ บันทึกเส้นทางสงคราม 9 ทัพเรื่องราวประวัติศาสตร์ไทถิ่น ครั้งพม่ายกทัพมาตีเมืองชุมพร เมืองไชยา เมืองนครศรีธรรมราช ทางฝ่ายเมืองพัทลุง ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประวัติศาสตร์การต่อเรือที่ชายทะเลหน้าวัดป่าแห่งนี้เดิมชื่อป่าชันด้วยมีต้นเคี่ยมต่อเรือน้ำมันชันคุณภาพสูง ทางวัดเล่าถึงผู้สร้างวัดชื่อตาผ้าขาวครั้งโบราณตั้งจิตตั้งใจมาร่วมสร้างพระบรมมหาธาตุนครศรีธรรมราช แต่ไม่ทันพิธีการจึงได้จอดเรือพักและสร้างวัดป่าแห่งนี้ มีการเปลี่ยนแปลงชื่อจากวัดป่าชัน เป็นวัดป่าเรไรและวัดป่าลิไลยก์ตามลำดับ
  • 23 แหล่งมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์: 1. เขากลาง 2. เขาพรุเพรง 3. บ้านพนมวังก์ 4. ถ้ำจมูกควาย 5. ถ้ำเขาปู่ 6. เพิงผาเขาย่า 7. ถ้ำเขาย่า 8. ถ้ำเขาหลักโค ๑ (ถ้ำค้างคาว) 9.ถ้ำเขาหลักโค ๒ 10. ถ้ำพระเขาเมือง(เขาชัยบุรี) 11. บ้านปากสระ 12. บ้านโคกโพธิ์ 13. บ้านออกเหมือง 14. ถ้ำมนุษย์โบราณ 15. ถ้ำลำเลียง 16. ถ้ำล่องลม(เขาชัยสน) 17. ถ้ำควาย(เขาชัยสน) 18. ถ้ำโจร(ถ้ำเขาพญาโฮ้ง) 19. ถ้ำเขานุ้ย(ถ้ำสมหวัง) 20. ถ้ำแมวขาว 21. บ้านควน 22. ถ้ำพระ 23. ถ้ำเขาจันทร์
  • Pic 02

    จังหวัดสงขลา

    ประวัติความเป็นมา
    หลักฐานมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้แก่ ขวานหิน บนพื้นที่อำเภอสทิงพระ เค บูรล์เบท กล่าวว่า สทิงพระคือศูนย์กลางอาณาจักรเซี้ยะโท้หรือเซ็กโท แหล่งเจริญรุ่งเรืองแห่งหนึ่งในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับวัฒนธรรมอินเดียสมัยอาณาจักรศรีวิชัยที่มีศูนย์กลางความเจริญในประเทศปรากฏร่องรอยทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม ศูนย์กลางการปกครองดินแดนรอบๆ ทะเลสาบสงขลา

    ภูมิปัญญา

  • งานเทศกาลโคมไฟไหว้พระจันทร์ประเพณีไหว้พระจันทร์ได้ถือปฏิบัติเป็นประจำทุกปีทั้งชาวจีนและชาวไทย นับเป็นเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศภายใต้ชื่องานว่า “เทศกาลโคมไฟไหว้พระจันทร์” จัดขึ้นประมาณเดือนตุลาคม บริเวณเขตเทศบาลหาดใหญ่
  • งานประเพณีลากพระและตักบาตรเทโวจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ประมาณเดือนตุลาคม พิธีจะเริ่มก่อนวันงานด้วยห่มผ้าพระเจดีย์บนยอดเขาตังกวน ในวันถัดมายามเช้าจะเป็นพิธีตักบาตรเทโวบริเวณเชิงเขาตังกวนพระสงฆ์หลายร้อยรูปจะเดินลงมาจากเขาตังกวนเพื่อรับบิณฑบาตจากพุทธศาสนิกชนตอนสายจะมีเรือพระจากวัดต่างๆในเขตจังหวัดสงขลาเคลื่อนผ่านให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญและลากพระ ตามความเชื่อที่ว่าจะได้บุญกุศลสูง เรือพระจะมารวมกันที่บริเวณสระบัว นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรม
  • กรงนกเขา แหล่งผลิตกรงนกเขาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เป็นงานฝีมือที่ทำกันมาตั้งแต่โบราณเพื่อใช้เลี้ยงนก ภายในครัวเรือน ใช้ในการประดับบ้านเรือนและทำขาย ต่อมาพัฒนาหลากหลายขึ้น อาทิ โคมไฟประดิษฐ์
  • ผ้าทอเกาะยอ เป็นผ้าพื้นเมืองที่มีการทอยกดอกที่มีลวดลายอ่อนนุ่ม ถือเป็นหัตถศิลป์อัตลักษณ์พื้นบ้านของภาคใต้ สืบสานตำนานชาวเกาะยอที่มีการทอผ้าพื้นเมืองสำหรับใช้ในครัวเรือนมานานนับเป็นร้อยปี

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดพะโคะ (เดิมชื่อ วัดหลวง) สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 1919-2039 โดยชาวเผ่าอินโดนีเซีย จากปลายคาบสมุทรมลายูบริเวณหมู่เกาะซึ่งเป็นกลุ่มชนที่เจริญมีการติดต่อกับชาวอาหรับเปอร์เซีย ตั้งแต่ตอนกลางพุทธศตวรรษที่ 19
  • วัดชะแล้ (562 ปี) สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ.1999 เป็นหนึ่งในวัดโบราณแห่งลุ่มทะเลสาบสงขลา มีความเก่าแก่เป็นอันดับที่ 2 รองจากวัดพะโคะ
  • วัดมะขามคลาน (400 ปี) สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2161 เดิมวัดแห่งนี้มีนามว่า "วัดทิดเพชร" มีพระสงฆ์มาอยู่ปริวาสกรรม ชาวบ้านจึงเรียกว่า "วัดวาส"
  • วัดสลักป่าเก่า (284 ปี) สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 2277 เดิมเรียกว่า "วัดสลักเก่า" หรือ "วัดเก่า" เนื่องจากมีวัดสลักป่าใหม่สร้างตอนหลังบนท้องที่ตำบลเดียวกัน วัดแห่งนี้จึงมีนามใหม่ว่า "วัดสลักป่าเก่า" วัดมัชฌิมาวาส วัดนี้เป็นวัดโบราณประมาณ 400 ปี เดิมเรียกว่าวัดยายศรีจันทร์ เพราะกล่าวกันว่ายายศรีจันทร์เป็นคหบดีผู้มั่งคั่ง ต่อมาประชาชนพากันเรียกว่า "วัดกลาง" ทั้งนี้เพราะมีผู้สร้างวัดอื่นขึ้นทางทิศเหนือ ชื่อวัดเลียบ และวัดทางทิศใต้ ชื่อวัดโพธิ์ ต่อมาจากชื่อวัดยายจันทร์ เป็นวัดยายกลาง เปลี่ยนชื่อเป็น ชื่อ วัดมัชฌิมาวาส" ในปี พ.ศ. 2431 วัดแห่งนี้มีพิพิธภัณฑ์เก็บวัตถุโบราณต่างๆ ซึ่งรวบรวมได้จากสทิงพระ ระโนด และอื่นๆ ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ทรงคุณค่าแก่การศึกษา
  • Pic 02

    จังหวัดตรัง

    ประวัติความเป็นมา
    พื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันตกคาบสมุทรสยาม ติดทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย จากหลักฐานทางโบราณคดี อาทิ กระดูกมนุษย์โบราณถ้ำซาไก ขวานหินขัด เศษภาชนะดินเผา ลูกปัดแก้ว เครื่องประดับ ตามถ้ำต่าง ๆ เช่น เขาสามบาตร ถ้ำเขาไม้แก้ว ถ้ำเขาเทียมป่า ภาพเขียนสีที่เขาแบนะ ถ้ำตรา อันเป็นหลักฐานแสดงถึงแหล่งมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์และความสัมพันธ์กับอาณาจักรตามพรลิงค์ หลักฐานปรากฏนามตรัง ได้แก่ ศิลาจารึกวัดเสมาเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจารึกโดยพระเจ้าจันทรภาณุ หรือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปี พ.ศ. 1773 พงศาวดารเมืองตลุงกล่าว ปี พ.ศ.1493 นางเลือดขาวไปลังกา ทั้งขาไปและขากลับได้แวะเมืองท่าตรัง นางเลือดขาวยังได้สร้างพระพุทธรูปและวัดพระพุทธสิหิงค์

    ภูมิปัญญา

  • ไม้เทพทาโร หรือไม้จวงหอม ส่วนใหญ่จะพบตามป่าดงดิบ และมีมากในภาคใต้ของไทย รวมทั้งที่ จ.ตรัง ใน อ.ห้วยยอด วังวิเศษ และ อ.รัษฎา แม้ปัจจุบันไม้เทพทาโรจะมีจำนวนลดลง และถูกโค่นทิ้งเป็นจำนวนมาก จนเหลือเพียงตอ และรากที่ฝังอยู่ในดิน แต่สำหรับชาว จ.ตรัง กลับเล็งเห็นคุณค่าของไม้ท้องถิ่นชนิดนี้ ด้วยการนำมาแกะสลักเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ จนสร้างชื่อเสียงไปทั่วทั้งประเทศ
  • อาบน้ำคนแก่ ช่วงเวลา ระหว่างวันที่ 13-15 เดือนเมษายน ของทุกปี ซึ่งจะเลือกทำวันไหนก็ได้ จะเป็นตอนเช้า หรือตอนบ่ายเป็นไปตามการนัดหมายของแต่ละครอบครัว แต่ละบ้านโดยนัดหมายสถานที่และวันเวลาไว้ล่วงหน้าเป็นประจำทุกปี ซึ่งอาจเป็นที่บ้านหรือที่วัดก็ได้ตามความเหมาะสมความสำคัญประเพณีอาบน้ำคนแก่เป็นวิธีการแสดงออกซึ่งความเคารพนับถือ แก่บิดามารดา และญาติคนแก่ (ผู้อาวุโส) ของตระกูล รวมทั้งผู้มีพระคุณและบุคคลที่ตนเคารพนับถือ

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดภูเขาทอง สร้างอุโบสถวิหาร ราว พ.ศ.1493 มีการสร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นโดยพระนางเลือดขาว ชายาของเจ้าเมืองพัทลุง องค์พระมีความยาว 9 หลา หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก มีการนำทรัพย์สินที่ตั้งใจจะเอาไปร่วมบูรณะแต่ไปเข้าร่วมไม่ทัน จึงเก็บไว้ในถ้ำ และสร้างพระพุทธไสยาสน์สวมเทริดหรือชฎาของมโนราห์ครอบพระเศียรไว้ที่ปากถ้ำ ต่อมาทรัพย์สินถูกขโมย เหลือไว้แต่องค์พระพุทธไสยาสน์ ซึ่งเป็นดินได้ชำรุดทรุดโทรม ภายหลังมีการบูรณะด้วยการโบกปูนปั้นและทาสีเป็นสีทองทั้งองค์
  • แหล่งโบราณคดีถ้ำเขาสามบาตร ถ้ำเขาสามบาตรเป็นถ้ำภูเขาหินปูนเล็ก ๆ ใกล้แม่น้ำตรัง ในเขตตำบลนาตาล่วง อำเภอเมือง ฯ ชาวบ้านเล่าว่า มีผู้นำทรัพย์สมบัติมาซุกซ่อนไว้มากถึงสามบาตรพระ และยังผูกปริศนาลายแทงไว้ด้วย
  • ถ้ำเขาเทียมป่าปัจจุบันเป็นสำนักสงฆ์เขาเทียมป่า ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปเป็นที่สักการะของชาวบ้านในแถบนั้น
  • Pic 02

    จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    ประวัติความเป็นมา
    เดิมชื่อ เมืองนารัง หลังเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่า ได้สร้างเมืองใหม่บริเวณคลองบางนางรม เมืองกุย ต่อมาเปลี่ยนชื่อเมืองปราณบุรีและประจวบคีรีขันธ์ตามลำดับ นับเป็นเป็นพื้นที่รอยต่อคาบสมุทรสยามขึ้นไปทางตอนเหนือที่มีชายฝั่งทะเลยาวตลอดแนว

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าโขมพัสตร์ ผ้าฝ้ายพิมพ์ลายพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์ของหัวหินและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมานานกว่า ๕๐ ปี มีลวดลายสีสันสวยงามนับร้อยลายให้ซื้อหาชนิดที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ "ผ้าเกี้ยวพิมพ์ทอง" มีจำหน่ายที่ร้านโขมพัสตร์ และร้านขายของที่ระลึกในเมืองหัวหิน
  • งานตักบาตรเทโวเขาช่องกระจกจัดขึ้น ณ วัดธรรมิการามวรวิหาร เชิงเขาช่องกระจก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ประมาณช่วงออกพรรษาของทุกปี ชม และเลือกซื้อสินค้าของดีเมืองประจวบคีรีขันธ์ และชมนิทรรศการพระเครื่องพระบูชา ร่วมทำบุญ ตักบาตรเทโวในวันออกพรรษา แด่พระภิกษุจำนวน 200 รูป ชมประเพณีชักพระขบวนแห่รถพุทธประวัติ
  • งานวันรำลึกวีรกรรม 8 ธันวาคม 2484 เชิดชูวีรกรรมไทต่อสู้กับญี่ปุ่น ซึ่งยกพลขึ้นบกที่อ่าวมะนาวในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484
  • ล่องเรือแม่น้ำปราณบุรีซึงมีต้นกำเนิดจากผืนป่าแก่งกระจานไหลผ่านเทือกเขาในด้านตะวันตกก่อนไหลลงสู่ทะเลที่ปากน้ำปราณบุรี ล่องเรือหางยาวชมทัศนียภาพตลอดลำน้ำ ผ่านศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ศาลเจ้าแม่ทับทิม ไร่สับปะรด หมู่บ้านชาวประมง นกนานาพันธุ์

  • วัด/โบราณคดี

  • พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ ภายในถ้ำพระยานคร
  • ถ้ำคีรีวงศ์ ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นสองคูหา คูหาแรกแนวเหนือ - ใต้ ยาวประมาณ ๒๔ เมตร กว้างประมาณ ๗ เมตร บริเวณติดกับผนังถ้ำทางด้านทิศตะวันตก มีพระพุทธรูปปูนปั้น ปางไสยาสน์ ผนังถ้ำโดยรอบมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย และปางสมาธิประดิษฐานอยู่ ๑๙ องค์ และมีพระพุทธบาทจำลองทำจากดินเผา และไม้อีกอย่างละหนึ่งองค์ คูหาที่สอง ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ ด้านข้างทั้งสองด้านของพระประธานมีเจดีย์ทรงกลมขนาดเล็ก เดิมภายในถ้ำมีพระพุทธรูปสำริดอยู่เป็นจำนวนมากประดิษฐานอยู่ ลักษณะเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องใหญ่ ปางห้ามสมุทรสมัยกรุงศรีอยุธยา บนเพดานถ้ำในคูหามีร่องรอยการสกัดผนังถ้ำเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง และบริเวณเหนือเศียรพระประธานมีร่องรอยการสกัดหินเป็นหลุมๆ
  • ป้อมยันทัพพม่าเป็นเนินโบราณสถานที่ยังไม่ได้รับการขุดแต่งศึกษา แต่ท้องถิ่นของอำเภอกุยบุรีให้ความสำคัญ มีการสร้างกำแกงเมืองกุยบุรีจำลองเพื่อพยายามบอกเล่าเรื่องราวประวัติและความสำคัญของป้อมยันทัพพม่าครั้งเมื่อมีการใช้สู้รบกับข้าศึกในสมัยอยุธยา รวมทั้งมีการตั้งศาลเจ้าเมืองกุยบุรีอยู่ทางทิศเหนือของเนินโบราณสถาน ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของคนในท้องถิ่น ผู้สนใจสามารถเข้าชมเนินโบราณสถานและสักการะศาลเจ้าเมืองกุยบุรีได้ทุกวัน
  • Pic 02

    จังหวัดเพชรบุรี

    ประวัติความเป็นมา
    จากหลักฐานทางโบราณคดี เพชรบุรีคือแหล่งชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์แถบภูเขาทางตะวันตกเขตท่าเขาย้อย บ้านหนองพระ เนินโพธิ์ใหญ่ เนินดินแดง วัดป่าแป้น เขากระจิว ทุ่งเศรษฐี พบว่าเป็นแหล่งอารยธรรมทวารวดี แต่ในลุ่มน้ำเพชรบุรีไม่พบหลักฐานเมืองคูน้ำคันดินแบบเมืองทวารวดี แต่ก็พบหลักฐานโบราณวัตถุแบบทวารวดี คือธรรมจักรหินใบริเวณชุมชนเก่าฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเพชรบุรีทางประวัติศาสตร์อาณาจักรตามพรลิงค์ พระพนมทะเล มาตั้งบ้านเมืองอยู่ ณ เพชรบุรี โดยได้นำคนมาสามหมื่นสามพันคน ช้างพังทลายห้าร้อยเชือก ม้าเจ็ดร้อยตัว สร้างพระราชวังและบ้านเรือนอยู่หน้าพระลาน ให้คนเหล่านั้นทำนาเกลือ ปกครองกรุงเพชรบุรีมีสำเภาจีนลำหนึ่งถูกพายุมาเกยฝั่ง ชาวเพชรบุรีได้นำขุนล่ามจีนเข้าเฝ้าถวายเครื่องบรรณาการ ทางเมืองเพชรบุรีได้มอบฝางให้จนเต็มเรือ พระเจ้ากรุงจีนทรงทราบสัมพันธ์ที่ดีจึงโปรดส่งพระนางจันทรเทวีบุตรีทองสมุทรซึ่งกำเนิดกับนางจันทรเมาลีธิดาเจ้าเมืองจำปาถวายพระพนมทะเล พระพนมทะเลมีบุตรมาก องค์หนึ่งนามว่าพระพนมวังมีมเหสีทรงนามว่าพระนางสะเดียงทอง พระพนมทะเลโปรดให้ไปบูรณะนครดอนพระ พร้อมด้วยพระเจ้าศรีราชา พลเจ็ดร้อยคน แขกห้าร้อยคน ช้างสามร้อยเชือก ม้าสองร้อยตัว จากตำนานแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองเมืองเพชรบุรีครั้งหนึ่งที่ได้บูรณะนครศรีธรรมราชหลังจากเป็นเมืองร้างด้วยไข้ยมราวปลายพุทธศตวรรษที่ 17

    ภูมิปัญญา

  • งานพระนครคีรีเมืองเพชรจะจัดวันศุกร์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ มักตรงกับเทศกาลตรุษจีน เป็นงานประจำปี เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์เมืองเพชร ตลอดจนเพื่อเผยแพร่สิ่งที่ดีงามในทุกด้านให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย
  • ประเพณีวัวลาน เป็นการละเล่นของสังคมชาวนาเมืองเพชรบุรีหลังฤดูเก็บเกี่ยว ขึ้นชื่อว่าลูกผู้ชายเมืองเพชรต้องเคยผ่านการร่วมแข่งขันวัวลานมาบ้างแล้ว เป็นการละเล่นที่มีวิวัฒนาการมาจากการนวดข้าว ซึ่งจะต้องต้อนวัวโดยการผูกติดกันเป็นพรวนให้ย่ำไปบนข้าว และบังคับให้เดินเป็นวงกลม ชาวเมืองเพชรจึงนำวิธีการดังกล่าวมาปรับเป็น การแข่งขัน
  • น้ำตาลโตนด ที่ดีที่สุดตั้งแต่อดีตตราบจนถึงปัจจุบัน ด้วยรสชาติหวานหอมเหมาะกับการประกอบอาหาร หรือจะเป็นน้ำตาลโตนดชนิดผงที่เข้ากับกาแฟได้อย่างดี รวมไปของหวาน และนี่เองอาจจะเป็นเคล็ดลับของขึ้นชื่อขนมหวานเมืองเพชรที่ใช้น้ำตาลโตนดเป็นส่วนประกอบหลัก

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดมหาธาตุวรวิหารเป็นพระอารามหลวง และเป็นวัดสำคัญที่ตั้งอยู่กลางเมืองเพชรบุรี ซึ่งโบราณสถานที่ตั้งอยู่ภายในวัดล้วนได้รับอิทธิพลจากศิลปะของอาณาจักรขอม มีบันทึกจากพงศาวดารว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ.2275-2301) โดยเขตของพุทธาวาส (พื้นที่ประกอบพิธีศาสนาของพุทธศาสนิกชน) มีสิ่งก่อสร้างสำคัญได้แก่ พระวิหารหลวง พระวิหารน้อย พระปรางค์ 5 ยอด และพิพิธภัณฑ์
  • เจดีย์แดงเป็นโบราณปูชนียสถานสถานที่สำคัญของท้องถิ่น ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์และปรับปรุงภูมิทัศน์ มีป้ายให้ข้อมูลโบราณสถานทั้งขององค์การบริหารส่วนตำบลบ้านหมอและกรมศิลปากร ด้านหน้าเจดีย์มีศาลปูนขนาดเล็ก ระบุชื่อว่า “ศาลเจดีย์แดง” ภายในศาลมีเจว็ดไม้เป็นประธาน ด้านข้างศาลนี้ยังมีศาลพระภูมิขนาดเล็ก แสดงให้เห็นว่าชาวบ้านในละแวกนั้นให้การเคารพสักการะเป็นอย่างมาก
  • โบราณสถานทุ่งเศรษฐีอยู่ในเขตวนอุทยานเขานางพันธุรัต ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี
  • เขาตาจีนปัจจุบันถ้ำเขาตาจีนเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของสำนักสงฆ์ถ้ำเจดีย์น้ำเขาตาจีน เชิงเขาด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นสถานที่ประชาชนสักการะบูชา พร้อมทั้งชมความสวยงามของถ้ำและเขาตาจีน
  • บ้านเขากระจิวแหล่งโบราณคดีไม่หลงเหลือร่องรอยหลักฐานมากนัก เนื่องจากถูกไถกลบเป็นแหล่งนา โบราณวัตถุอยู่ในครอบครองของเอกชนบางส่วน เก็บรวบรวมไว้ที่วัดเขากระจิวบางส่วน
  • Pic 02

    จังหวัดยะลา

    ประวัติความเป็นมา
    ยะลาเดิมเป็นท้องที่หนึ่งของเมืองปัตตานี ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 ประกาศจัดตั้งมณฑลปัตตานีดูแลหัวเมืองทั้ง 7 แทนมณฑลนครศรีธรรมราช ต่อมา พ.ศ. 2450 เมืองยะลาแบ่งเขตการปกครองเป็น 2 อำเภอ คืออำเภอเมืองยะลาและอำเภอยะหา ในปี พ.ศ. 2476 เมืองยะลาถูกยกเป็นจังหวัดยะลา ชื่อว่ายะลาสำเนียงภาษามลายูพื้นเมืองมาจากคำว่า “ยาลอ” (جال) แปลว่า “แห” ตามประวัติศาสตร์เจ้าผู้ครองเมืองเดิมบันทึกเป็นภาษามลายูว่า “เมืองยะลา” เป็นสำเนียงภาษาอาหรับ โดยชาวอินโดนีเซียที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาอิสลามเป็นผู้ตั้งชื่อเมืองไว้ เดิมเมืองยะลาตั้งอยู่ใกล้ภูเขายาลอ ห่างจากเมืองยะลาปัจจุบันไปทางทิศตะวันตกประมาณ 12 กิโลเมตร

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าทอพื้นบ้านปะลางิง ภูมิปัญญาท้องถิ่น 3 จังหวัดชายแดนใต้ : ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ในอดีตนิยมนำมาใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม โพกศีรษะหรือนำมาคาดเอว และเพื่อบอกสถานะทางสังคม หากเป็นชนชั้นขุนนางผ้าปะลางิงจะถักทอด้วยไหมแท้ทั้งหมด ส่วนสีจะพิมพ์ทับด้วยทอง ลวดลายเย็บตกแต่งด้วยแล่งเงินแล่งทองให้ดูสมฐานะ แต่ในกลุ่มชาวบ้านถักทอด้วยผ้าฝ้าย
  • ประเภทอาหาร : ผลิตภัณฑ์กล้วยหินแปรรูป
  • ประเภทเครื่องดื่ม : ผลิตภัณฑ์น้ำนมถั่วเหลืองสูตรกะทิ
  • ประเภทผ้า และเครื่องแต่งกาย : ผลิตภัณฑ์บาติก
  • ประเภทของใช้ ของตกแต่ง ของทีระลึก : ผลิตภัณฑ์แกะหนังภาพนูน กลุ่มเครื่องหนัง
  • ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร : ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวสกัดเย็น

  • วัด/โบราณคดี

  • โซนเมืองยะลาดั้งเดิม อาณาเขตเมืองยะลาเก่า ตั้งแต่เขาปะราหมะปักหลักเรียงลงไปตะวันออกถึงปะฆะหลอสะเตาะเหนือบ้านจินเหรตลอดไปถึงบ้านกะลั่นอะหรอจนถึงคลองใหญ่ท่าสาปจรดบ้านบะนางสะตาฟากเหนือ ฟากใต้เป็นเขตเมืองรามันห์ ฟากตะวันตกเป็นเขตเมืองยะลา ปากคลองตะวันออกเป็นเขตเมืองปัตตานี ฝ่ายเหนือต่อพรมแดนหนองจิก เขาศาลาคีรีเป็นแดนฝ่านตะวันตกต่อพรมแดนเมืองไทรบุรี มีคลองบาโงยเป็นเขตแดนขึ้นไปถึงบ้านยินัง ตลอดไปบ้านบะเหลาะฝ่ายตะวันตก ตลอดไปจดเขาเมืองดิคะล่าบูสิ้นเขตเมืองยะลาดั้งเดิม
  • กำแพงเมืองกาแป๊ะกอตอเป็นกำแพงดินฐานกว้างประมาณ ๓ เมตร สูง ๒ เมตร ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๒๐ ไร่ เป็นรูปสี่เหลี่ยมคางหมู อยู่ที่อำเภอเบตง เบตงขึ้นกับเมืองรามัน เจ้าเมืองรามันบางคนได้มาสร้างวังอยู่ที่บ้านกาแป๊ะกอตอ มีตำนานวังของรายอซิยง(เขี้ยวงอก) ข่มเหงน้ำใจชาวบ้าน ชาวบ้านจึงรวมกันขับไล่ไปอยู่ทางตอนใต้ซึ่งคือประเทศมาเลเซียในปัจจุบัน
  • กำแพงเมืองบาโงยบาแต ไม่มีหลักฐานบอกถึงความเป็นมา แต่มีตำนานเดิมเป็นวังของราชาเขี้ยวงอกผู้ดุร้าย ภายหลังหนีไปอยู่ที่อื่น ทางโบราณคดีสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นกำแพงดินและคูเมืองสมัยกรุงศรีอยุธยา
  • อุโมงค์เบตง เป็นอุโมงค์อดีตโจรคอมมิวนิสต์มลายา ขุดขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งสะสมเสบียง หลบภัยทางอากาศและเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ อุโมงค์เดิมเป็นอุโมงค์ดิน ขนาดกว้างประมาณสองคนเดินสวนกัน ความสูงสูงกว่าศีรษะประมาณหนึ่งฟุต ขุดเจาะเข้าไปในเนินดินที่มีต้นไม้ปกคลุมหนาทึบ มีความยาวประมาณหนึ่งกิโลเมตร มีทางแยกเพื่อเข้า - ออก 9 ทาง มีห้องต่างๆ อาทิ บัญชาการ ห้องส่งวิทยุ ห้องเก็บอาวุธและห้องพยาบาล
  • Pic 02

    จังหวัดนราธิวาส

    ประวัติความเป็นมา
    เดิมคือบางนราพื้นที่ส่วนหนึ่งของอาณาจักรลังกาสุกะ โดยมีหลักฐานโบราณคดี อาทิ เจดีย์ 3 องค์ บริเวณวัดเขากง อายุ1,300ปี(ปัจจุบัน คือ พระพุทธทักษิณมิ่งมงคล) พระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์นิกายมนตยาน ต่อมาคือเมืองสายบุรี เมืองปัตตานี อาณาจักรนครศรีธรรมราช และอาณาจักรสยามตามลำดับ

    ภูมิปัญญา

  • ผ้าบาติก คำว่า บาติก เป็นภาษาชวา ใช้เรียกผ้าย้อมสีชนิดหนึ่งที่รวมศิลปะทางด้านฝีมือ และเทคนิคการย้อมสีเข้าด้วยกัน หลักการทำผ้าบาติกอาศัยเทคนิคง่าย ๆ คือ “การวันสีด้วยเทียน” โดยใช้ “วันติ้ง” เป็นเครื่องมือที่จุ่มเทียนไขเหลวเพื่อวาดลวดลายลงบนผืนผ้าก่อนลงสีในส่วนที่ไม่ต้องการให้ติดสีที่ย้อม เมื่อนำไปย้อมสี สีก็จะติดเฉพาะส่วนที่ไม่ลงเทียนไว้และจะติดซึมไปตามรอยแตกของเทียนเกิดลวดลายสวยงาม ปัจจุบัน การทำผ้านิยมใช้วิธีพิมพ์ลายผ้ามากกกว่าวิธีเขียนลายด้วยมือ เพราะเร็วและสะดวกกว่า ผ้าบาติกนี้ส่งขายตามเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ และส่งออกขายในมาเลเซีย
  • งานประเพณีแข่งเรือกอและ ซึ่งเป็นเรือที่มีลวดลายสีสันสวยงาม
  • งานแห่เจ้าแม่โต๊ะโมะเป็นเทศกาลสำคัญของอำเภอสุไหงโกลก จัดปลายเดือนเมษายนในเขตเทศบาลในงานประกอบด้วยขบวนแห่ภาคพิธีกรรม และภาคมหรสพ
  • วันลองกองเป็นกิจกรรมอีกอย่างหนึ่งของจังหวัดนราธิวาสที่จัดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกับการแข่งเรือกอและ
  • งานเสื่อกระจูดจัดขึ้นในช่วงใกล้เคียงกับการแข่งเรือกอและ
  • ลิเกฮูลูเป็นการแสดงแบบรับร้องโต้ตอบ หรือร้องเดี่ยวโดยใช้ปฎิภาณไหวพริบเช่นเดียวกับลำตัดดีเกฮูลูคณะหนึ่งจะมีลูกคู่ประมาณ 10 คน ผู้ร้องเพลงประจำคณะจะมี 2-3 คน ในขณะลูกคู่จะนั่งล้อมวงร้องรับและตบมือโยกตัวให้เข้าจังหวะดนตรีประกอบการแสดง ได้แก่ กลองรำมะนา ฆ้อง โหม่ง และลูกแซ็ก

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดชลธาราสิงเห พื้นที่ตากใบ มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑสถานบนกุฏิสิทธิสารประดิษฐ์เพื่อเก็บโบราณวัตถุ
  • วัดโคกมะเฟือง เป็นวัดที่มีลวดลายศิลปะอัตลักษณ์ท้องถิ่น
  • พิพิธภัณฑ์โละจูด อาคารพิพิธภัณฑ์แบบทรงไทย รวบรวมโบราณวัตถุตามหมู่บ้านต่างๆ ได้แก่ บ้านบาลา บ้านซะ บ้านสาวอ และบ้านโละจูด ศิลปวัตถุที่รวบรวมไว้มีอายุระหว่าง ๑๐๐ - ๓๕๐ ปี มากกว่า ๒๐๐ ชิ้น แบ่งประเภทออกเป็น
  • สุสานโบราณหลายแห่ง ที่มีร่องรอยประกอบกิจกรรมทางศาสนา อาทิ สุสานเก่าแก่บ้านบือแนรายอ สุสานเก่าแก่บ้านจือแร สมัยเมืองรามัน เชื่อว่าเป็นที่ฝังศพวีรชนจากการสู้รบ และจากการประลองฝีมือการใช้กริชโบราณ ปัจจุบันถือว่ากริชปานาซาเร๊ะ
  • Pic 02

    จังหวัดปัตตานี

    ประวัติความเป็นมา
    คือพื้นที่บริเวณริมฝั่งทะเลตะวันออกคาบสมุทรสยามติดกับทะเลจีนใต้ หรืออ่าวไทย มีแม่น้ำที่สำคัญ 2 สาย คือ แม่น้ำตานี และ แม่น้ำสายบุรี ยามอดีตพื้นที่แห่งนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมากในฐานะเมืองหลวงของอาณาจักรลังกาสุกะ ซึ่งเป็นรัฐอิสระ พุทธศตวรรษที่ 7 มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่สะอุเลา(สงขลา) ปัตตานี กลันตัน ตรังกานู ปัจจุบันยังมีซากเมืองเก่าของปัตตานีโบราณ หลักฐานทางโบราณคดีมากมายบนพื้นที่ยะรังเป็นป่าเขา และพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลเป็นระยะทางยาวประมาณ 170 กิโลเมตร เป็นเมืองท่าที่สำคัญที่มีศูนย์กลางการปกครอง การค้า อารยธรรม ทรัพยากรท่องเที่ยว อาทิ แหล่งธรรมชาติ โบราณสถาน ปัจจุบันปัตตานีแบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ ได้แก่ เมืองปัตตานี ยะรัง หนองจิก โคกโพธิ์ ยะหริ่ง ปะนาเระ มายอ สายบุรี กะพ้อ ไม้แก่น ทุ่งยางแดง และแม่ลาน

    ภูมิปัญญา

  • เครื่องทองเหลืองปัตตานี หัตถกรรมช่างฝีมือเลื่องลือชื่อด้านความประณีต มีอัตลักษณ์ผสมผสานศิลปะของชาติต่างๆ เช่น จีน อาหรับ ยุโรป สยาม มลายูท้องถิ่น
  • ผ้าจวนปัตตานี หรือผ้ายกตานี เป็นผ้าพื้นเมืองดั้งเดิม ที่มีอัตลักษณ์ลวดลายตามชายผ้า หรือที่ริมผ้า เรียกว่า "ผ้าล่องจวน" หรือ "จูวา" จูวา หมายถึงลวดลายที่ปรากฏอยู่บริเวณชายผ้าทั้งสองด้าน ผ้าที่เป็นลายจูวาเต็มตลอดทั้งผืน เรียกกันว่า "ผ้าลีมา"
  • จิตรกรรมเรือกอและ ประวัติและวิวัฒนาการมุสลิมสยามในสมัยกรุงสุโขทัย (พ.ศ. 1800-1921) โดยมุสลิมบนพื้นที่นครศรีธรรมราชตลอดจนถึงมะละกา มีหลักฐานการติดต่อกับอาหรับ อินโดนีเซีย พื้นที่การเดินทางทางเรือของชาวเปอร์เซียตลอดสมัยอยุธยาและธนบุรี
  • กรงนกสืบเนื่องจากความนิยมเลี้ยงนกเขาชวา และนกกรงหัวจุกไว้ฟังเสียงขันและนำมาประชันเสียงในสนามแข่ง มีผลทำให้เกิดความต้องการกรงนกคุณภาพมอบให้กับนกตัวเก่ง และยังเป็นเสมือนเฟอร์นิเจอร์ประดับเรือน
  • ข้าวเกรียบกือโป๊ข้าวเกรียบกือโป๊ของดีปัตตานี หลังจากมาเลเซียตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษมีคนจากประเทศมาเลเซียจำนวนหนึ่งได้อพยพมาตั้งรกรากในพื้นที่ประเทศไทยบริเวณบ้านดาโต๊ะ ตำบลแหลมโพธิ์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี และได้มีคนนำต้นสาคูมาทำแป้งเป็นอาหารเช้ากินกับน้ำชา ในยุคนั้นเป็นยุคข้าวยากหมากแพงจึงนำแป้งสาคูมาผสมกับปลาและเกลือเท่าที่ชาวบ้านในหมู่บ้านประมงจะหามาได้โดยปั้นเป็นแท่งกลมยาว แล้วนำมาตัดเป็นชิ้น ๆ ย่างหรือทอดในน้ำมันใช้เป็นอาหารรับประทาน ครัวเรือนในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็จะทำอาหารชนิดนี้บริโภคกันทุกครัวเรือนการทำอาหารชนิดนี้แปรผันเป็นภูมิปัญญาสืบทอดมาเป็นขุมทรัพย์ จากการที่บรรพบุรุษของชาวดาโต๊ะรู้จักวิธีทำข้าวเกรียบกือโป๊มาแต่อดีตและได้สืบทอดภูมิปัญญานี้ส่งผ่านมารุ่นแล้วรุ่นเล่า จนถึงลูกหลานยุคปัจจุบันและจากการที่คนในชุมชนบ้านดาโต๊ะประกอบอาชีพทำการประมงขนาดเล็ก เป็นอาชีพหลักของครอบครัวจึงได้นำปลาที่เหลือจากการบริโภคและจำหน่ายซึ่งเป็นปลาตัวเล็ก ๆมาประยุกต์ผสมกับแป้งมัน (แป้งสาคูบางส่วน) ทำข้าวเกรียบกือโป๊ไว้กินกันในครัวเรือนที่เหลือก็มีการขายกันบ้างภายในหมู่บ้านปรากฏว่าขายดี จึงขยายตลาดไปยังภายนอกหมู่บ้าน เพิ่มการผลิตมากขึ้นเรื่อย ๆไปสู่ตำบล อำเภอ และจังหวัดอื่น ๆจากการผลิตข้าวเกรียบกือโป๊ของชุมชนสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนที่เป็นผู้ผลิตข้าวเกรียบ ประมาณ 3,000– 5,000 บาท/คน/เดือนนับเป็นขุมทรัพย์ที่เกิดจากภูมิปัญญา

  • วัด/โบราณคดี

  • วัดมุจลินทวาปีวิหาร ตั้งอยู่ที่หมู่ 1 ตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี สร้างขึ้นโดยพระยาวิเชียรภักดีศรีสงครามเจ้าเมืองหนองจิก เมื่อครั้งได้ทำการย้ายที่ว่าการอำเภอหนองจิกมาอยู่ที่ตำบลตุยง ในปี พ.ศ. 2388 เดิมชื่อว่า วัดตุยง เป็นอีกหนึ่งวัดสวยทางภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัด พร้อมเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยังความสวยงามผ่านกาลเวลา
  • เมืองโบราณยะรัง เป็นเมืองโบราณซ้อนทับกันสามเมือง ตั้งแต่บ้านวัดที่เก่าแก่ที่สุด บ้านจาเละ และบ้านประแว ง ชุมชนโบราณยะรังเป็นชุมชนรัฐโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ นักโบราณคดีสำรวจขุดค้นแหล่งโบราณคดีในเขตตำบลกระโด เขตตำบลวัด ตำบลแว้ง และตำบลปิตูมุดี พบว่าปรากฏซากโบราณสถานจำนวนมาก น่าจะเป็นพื้นที่ศาสนสถานมากกว่าที่อยู่อาศัยของประชาชน อาจเป็นไปได้ว่าที่อยู่อาศัยของชุมชนตั้งอยู่บริเวณแหล่งโบราณคดีบ้านบราโอ และบ้านกรือเซะ